ี่ได้ก็ยิ่งมีแผ่นใหญ่มากขึ้นเท่านั้น
อวิ๋นหลานเอ๋อร์จ้องมองเถาซื่อตาแป๋ว แล้วเอ่ยถามว่า “ท่านย่า แล้วของข้าล่ะเจ้าคะ?”
เถาซื่อถลึงตามองแล้วตวาดด่า “ที่เจ้ากินไปเมื่อกี้คืออึหรือยังไง ตอนนี้ยังมีหน้ามาขอข้าวข้ากินอีกหรือ?”
“แต่…”
“หุบปาก!” เฉาซื่อเห็นว่าอวิ๋นหลานเอ๋อร์ยังจะเถียงต่อ จึงรีบเอ่ยขัดแล้วรีบแบ่งโจ๊กกับแป้งอีกครึ่งแผ่นให้นาง เช่นนั้นจึงทำให้นางสงบลงได้
“ท่านย่า ข้าอยากกินเนื้อขอรับ!” อวิ๋นฉี่รุ่ยที่นั่งอยู่ข้างๆ หลิ่วซื่อจ้องเนื้อในชามของเถาซื่อตาเป็นประกายจนน้ำลายหก เถาซื่อไม่พูดพร่ำทำเพลง หยิบเนื้อส่วนที่มันๆ ยกให้เขาสองชิ้น
ขณะนั้นอวิ๋นเจียวเห็นว่าจ้าวซื่อแอบแบ่งแป้งแผ่นที่เล็กอยู่แล้วออกเป็นสองส่วน ก่อนจะรีบซ่อนไว้ในแขนเสื้อครึ่งหนึ่ง
“ป้าใหญ่ อันนี้ให้ท่านเจ้าค่ะ” หลังจากที่จ้าวซื่อกินแป้งไปครึ่งแผ่นแล้ว อวิ๋นเจียวก็ยื่นแป้งแผ่นของตนเองให้จ้าวซื่อ
“พี่สะใภ้ใหญ่ ข้าก็ให้ท่านเช่นกัน นั่งรถม้ามาทั้งวัน อาหารกลางวันที่กินเข้าไปยังย่อยไม่หมดเลย” จากนั้นฟางซื่อก็ส่งแป้งแผ่นของตนเองให้จ้าวซื่อ
จ้าวซื่อรีบโบกมือปฏิเสธ “ไม่ต้องๆ ข้ากินแค่นี้ก็พอแล้ว!”
อวิ๋นเจียวยังคงพยายามจะคะยั้นคะยอ ทว่าแป้งในมือนางก็หายวับไปต่อหน้าต่อตา แป้งของนางกับฟางซื่อถูกเถาซื่อคว้าไป ก่อนจะลุ