กขึ้นยืนแล้วเดินไปที่โต๊ะข้างๆ ก่อนจะวางไว้ตรงหน้าอวิ๋นโส่วจู่
“ผู้หญิงจะกินมากขนาดนั้นไปทำไม พวกผู้ชายต้องทำงานในไร่ใช้แรงมาก มีมากก็ควรแบ่งให้พวกผู้ชายก่อนสิ!”
“โง่จริงๆ!” อวิ๋นฉี่รุ่ยกัดแป้งที่วางอยู่ข้างหน้าตนเองด้วยท่าทางลำพองใจ อวดต่อหน้าอวิ๋นเจียว
อวิ๋นเจียวหันหน้าหนีไม่สนใจเขา แล้วก้มหน้ากินโจ๊กใสๆ ต่อไป ทว่านางก็สังเกตเห็นว่าอวิ๋นเหมยเอ๋อร์จ้องมองมาที่ศีรษะของนางไม่วางตา นี่มันเรื่องอะไรกัน? หมายตาปิ่นปักผมรูปผีเสื้อเงินของนางหรือ?
“ท่านแม่ ปิ่นปักผมรูปผีเสื้อเงินบนหัวของอวิ๋นเจียวงามนัก ยังประดับโมราอีกด้วย หากข้าประดับบนศีรษะต้องงามกว่านางเป็นแน่!”
อวิ๋นเจียว : โอ้โห ช่างกล้าพูดนะ ความมั่นใจเกินร้อยอย่างไร้เหตุผลของเจ้านี่มาจากไหนกัน?
ทันทีที่นางพูดจบ สีหน้าของบรรดาญาติผู้หญิงบนโต๊ะก็เปลี่ยนไป จ้าวซื่อสะใภ้ใหญ่ดูเป็นกังวล เฉาซื่อสะใภ้สามทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ส่วนหลิ่วซื่อสะใภ้สี่ดูมีความสุขบนความทุกข์ของผู้อื่น
ฟางซื่อขมวดคิ้วเล็กน้อย วางตะเกียบลง มองอวิ๋นเหมยเอ๋อร์คล้ายยิ้มคล้ายไม่ยิ้ม “ทำไมเล่า น้องเหมยเอ๋อร์หมายตาของของเจียวเอ๋อร์ของพวกเรางั้นหรือ? อยากได้อย่างนั้นหรือ?”
เถาซื่อพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “ในเมื่อรู้แล้ว เจ้าก็ให้ลูกสาวของเจ้าถอดเครื่องประดับนั่น