ออกมาให้ท่านอาของนางสิ! ผู้น้อยเคารพผู้ใหญ่เป็นเรื่องสมควรอยู่แล้ว!”
อวิ๋นเหมยเอ๋อร์มองสองแม่ลูกอย่างหยามใจ แววตาแฝงความท้าทาย เมื่อเห็นว่าฟางซื่อกับอวิ๋นเจียวไม่เอ่ยอะไร อวิ๋นเหมยเอ๋อร์จึงพูดขึ้นอีกว่า “พี่สะใภ้รอง ข้าเองก็ไม่ต้องการให้พวกท่านไปถึงในตำบลเพียงเพื่อซื้อของขวัญมาให้ข้าแล้ว ยกสาวใช้ที่พวกท่านพามาให้ข้าก็ถือว่าแล้วกันไป พวกท่านจะได้ไม่ต้องเสียเงินเพิ่มอีก”
เถาซื่อพูดเสริม “แม้แต่ข้าวในนาของตัวเองยังไม่พอจะกิน ไหนเลยจะมีข้าวเหลือพอให้คนนอกกินอีก พวกเจ้ายกสาวใช้คนนั้นให้เหมยเอ๋อร์ ส่วนคนรับใช้ชายยกให้โส่วหลี่ ข้าจะเลี้ยงดูพวกเขาเอง”
ฟางซื่อไม่โกรธแต่กลับหัวเราะออกมา “ท่านแม่หมายความว่า พวกข้ายกคนรับใช้สองคนให้น้องเหมยเอ๋อร์กับโส่วหลี่ แล้วยังต้องขอบคุณท่านแม่ที่ช่วยพวกเราดูแลเรื่องอาหารการกินของคนรับใช้อีกหรือเจ้าคะ?”
เถาซื่อ “เจ้าเข้าใจก็ดีแล้ว ไหนๆ เจ้าก็กินข้าวเสร็จแล้ว รีบไปเอาสัญญาขายตัวของคนรับใช้สองคนนั้นมาให้ข้าเสียสิ”
บังเอิญว่าอวิ๋นเหมยเอ๋อร์ถึงวัยที่จะแต่งงานแล้ว หากมีสาวใช้คอยปรนนิบัติรับใช้ ก็ย่อมทำให้นางดูมีฐ)านะขึ้นมาอีกขั้น ไม่แน่ว่าอาจจะได้แต่งงานเข้าตระกูลเศรษฐ)ีมีที่ดินก็เป็นได้
ส่วนโส่วหลี่ที่ต้องไปเรียนหนังสือที่สำนักศึกษาเอ