บลูกๆ อยู่ดีมีสุข… เรื่องอื่นข้าไม่ใส่ใจ” เผชิญหน้ากับแม่สามีอย่างเถาซื่อเช่นนี้ นางก็ทำได้เพียงยอมรับชะตากรรม
“พี่สะใภ้ใหญ่ แล้วฮวาเอ๋อร์เล่า? นางสบายดีหรือไม่? แต่งงานกับตระกูลใด?”
ฮวาเอ๋อร์ที่ฟางซื่อเอ่ยถึงก็คืออวิ๋นฮวาเอ๋อร์ บุตรสาวคนโตของอวิ๋นโส่วกวง ตอนที่อวิ๋นโส่วจงออกจากบ้านไปตอนอายุสิบสาม อวิ๋นฮวาเอ๋อร์เพิ่งอายุห้าขวบ ตอนนั้นอวิ๋นโส่วจงรักและเอ็นดูหลานสาวของตนเองมาก หลังจากแต่งงานกับฟางซื่อก็มักจะเอ่ยถึงนางกับคนในบ้านอยู่เสมอ
พอได้ยินมารดาเอ่ยถึงอวิ๋นฮวาเอ๋อร์ สามพี่น้องก็ตั้งใจฟังมากขึ้น นับแต่พวกเขาจำความได้ก็ได้ยินบิดาเอ่ยชมพี่หญิงคนนี้เสมอ ดังนั้นพวกเขาจึงตั้งตารอที่จะพบกับพี่หญิงของพวกเขา
แต่ใครจะรู้ว่าทันทีที่ฟางซื่อพูดจบ จ้าวซื่อก็ร้องไห้โฮออกมา “…ฮวาเอ๋อร์ที่น่าสงสารของแม่”
“พี่สะใภ้ใหญ่ เกิดเรื่องอันใดขึ้นกับฮวาเอ๋อร์หรือ?”
“ปีนั้นเกิดภัยอดอยาก น้องรองเพิ่งจากบ้านไปได้ไม่นาน ฮวาเอ๋อร์… ฮวาเอ๋อร์ก็ถูกท่านแม่พาไปขายแล้ว!”
“หืม…” ได้ยินดังนั้นไม่เพียงแต่ฟางซื่อที่อยู่ในห้อง แม้แต่เด็กๆ ที่แอบฟังอยู่ข้างนอกต่างก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
พี่หญิงของพวกเขาถูกยายแก่คนนั้นขายไปแล้ว! นี่มันจะเกินไปแล้วนะ!
“เป็นไปได้อย่างไร? โส่วจงเคยบอกว่าตอนนั้นที่เขาจากบ้าน