างเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “พี่ใหญ่ พี่รอง พวกท่านวางใจเถิด หากยายแก่คนนั้นคิดร้ายกับข้า ข้าจะใช้แผนซ้อนแผนแล้วหาทางขายนาง!”
ฉี่เยว่มองใบหน้าหวานละมุนของน้องสาวที่ยิ้มแย้ม หัวใจก็อ่อนยวบ อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปลูบผมของนางเบาๆ “เจียวเอ๋อร์ของพวกเราฉลาดที่สุด พี่รู้ว่ายายแก่คนนั้นไม่มีทางเอาเปรียบเจ้าได้ แต่ยามปกติแล้ว พวกเราระวังตัวไว้ก่อนจะดีกว่า!”
อวิ๋นเจียวพยักหน้า “เจ้าค่ะพี่ใหญ่ ข้าจะจำไว้”
กล่าวจบฉี่เยว่ก็หันไปมองฉี่ซานด้วยสายตาตำหนิ “อย่าเอาแต่พูดว่าจะฆ่าคน วิธีจัดการกับคนมีมากมาย การฆ่าคนเป็นวิธีที่โง่เขลาที่สุด! ชีวิตของเจ้ามีค่ากว่ายายแก่คนนั้นร้อยเท่าพันเท่า!”
ทั้งๆ ที่อวิ๋นฉี่เยว่อายุเพียงสิบสามปี แต่เมื่อเอ่ยตำหนิคนอื่นด้วยใบหน้าขึงขังขึ้นมา บุคลิกก็ดูน่าเกรงขามไม่น้อย
อวิ๋นฉี่ซานถูกดุจนหน้าสลดก้มหน้าลงต่ำ พึมพำด้วยเสียงเบา “ข้ารู้แล้ว พี่ใหญ่”
ทว่าเพียงพริบตา เขาก็ชูหมัดขึ้น พูดกับอวิ๋นเจียวด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เจียวเอ๋อร์ไม่ต้องกลัว ข้าจะปกป้องเจ้าเอง!”
“ใครรังแกเจียวเอ๋อร์ของพวกเรารึ?”
พี่น้องทั้งสามคนหันไปมองตามเสียง ก็เห็นอวิ๋นโส่วจงกับอวิ๋นโส่วกวงเดินเข้ามาจากตรอกเล็กๆ อวิ๋นฉี่เยว่ส่งสายตาเตือนน้องชาย ก่อนจะยิ้มบางๆ พูดว่า “ท่านพ่อ ไม่มีอะไรหรอกขอรับ อาซานแค่กลัวว่าเ