จากจุนโมเห่า แต่สีหน้าของเขายังคงดูไม่ปกติอยู่ แววตาของเขายังแฝงความมุ่งร้ายเมื่อจ้องมาที่เจี้ยนเฉิน เพื่อบังคับให้เขายอมรับข้อตกลง
เจี้ยนเฉินเห็นแบบนั้นแล้วไม่พอใจและได้จ้องกลับไป เขาไม่พอใจกับสิ่งที่เขาได้ยินเมื่อตะกี้ ” ข้าขอโทษด้วย ข้าคงให้อีกครึ่งหนึ่งกับตระกูลเอ้าหยุนของท่านไม่ได้”
“เจี้ยนเฉิน เจ้าคิดดูดี ๆ ว่าจะมีอะไรรอเจ้าอยู่ ลองพิจารณาดู ข้าจะให้เวลาเจ้าคิด” ผู้อาวุโสอีกคนคำรามออกมา
แต่เขาคงยังยืนยันในการตัดสินใจของเขา เจี้ยนเฉินส่ายหน้า ” ไม่จำเป็น ข้าตัดสินใจไปแล้ว ข้าจะไม่ให้ โลหะผสมทังสเตนแก่ตระกูลเอ้าหยุน “
“น้องเจี้ยนเฉิน เจ้าไม่จำเป็นต้องกลัวตระกูลเอ้าหยุน ! ถ้าพวกนั้นคุกคามเจ้า ตระกูลเทียนมู่จะไม่นิ่งเฉยแน่ ! ” เทียนมู่หลิงหัวเราะออกมา
รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจี้ยนเฉิน ในตอนที่เขาหันกลับไปมองนาง “ข้าซาบซึ้งในความช่วยเหลือของท่าน ท่านหญิงเทียนมู่หลิง แต่ข้าเองคงมีพลังพอที่จะปกป้องโลหะผสมทังสเตนด้วยตัวเอง ไม่จำเป็นต้องให้ท่านเสียแรงเพื่อข้าเลย” น้ำเสียงของเจี้ยนเฉินเหมือนจะขาดช่วงไปเหมือนกับว่าเขาคิดบางอย่างอยู่ ” แต่ข้าคนนี้คิดเกี่ยวกับโลหะผสมทังสเตน ถ้าตระกูลเทียนมู่ต้องการมัน ข้าจะเสนอให้ตระกูลท่านบางส่วนเมื่อแร่พวกนี้ถูกขุดขึ้นมาหมดแล้ว”
คำพูดของเขาทำให้จุนโมเห่าและหวังหยานหงถึงกับชะงัก
“ฮ่าฮ่า และข้ากลับเชื่อไปแล้วว่าตระกูลเทียนมู่เองได้ครอบครองแร่นี้ไปครึ่