ฮูหยินเมิ่งฝืนข่มอาการคลื่นเหียนปั่นป่วนภายในท้องเอาไว้ ขณะกำลังจะอ้าปากเอ่ยปฏิเสธอย่างละมุนละม่อม กล่าวถ้อยวาจาตามมารยาททำนองว่า ‘ข้ารับน้ำใจไว้แล้ว เพียงแต่กระเพาะและม้ามพร่องเย็น มิควรกินขิงมากนัก’ อะไรทำนองนั้น ทว่าทางฝ่ายนายหญิงเฒ่ากลับเอ่ยแทรกขัดตัดบทขึ้นเสียก่อน
“อืม” นายหญิงเฒ่าค่อยๆจิบชาคำหนึ่งอย่างเอื่อยเฉื่อย
“ช่วงนี้หลานสาวของข้าหนานอี้นับว่ารู้ความขึ้นไม่น้อยทีเดียว รู้จักห่วงใยสุขภาพร่างกายของมารดาแล้ว ขิงนี่นับเป็นของดีจริงๆ มีสรรพคุณช่วยอุ่นปอด ระงับไอ สะใภ้รอง เจ้าก็อย่าได้ปฏิเสธน้ำใจของลูกเลยนะ”
ถ้อยวาจาเบาหวิวเพียงไม่กี่ประโยคของนายหญิงเฒ่า กลับสามารถหยุดวาจาของฮูหยินเมิ่งไว้ได้จนอยู่หมัด นางจำต้องกลืนวาจาเหล่านั้นกลับลงคอไป!
นางเงยหน้าขึ้นมองเมิ่งซีโจว แต่แววตาทั้งคู่ของอีกฝ่ายไหนเลยจะมีความห่วงใยอยู่แม้เพียงเศษเสี้ยว กลับเผยแสดงการยั่วโมโหและเย้ยหยันออกมาอย่างชัดแจ้ง คล้ายกำลังรอชมเรื่องสนุกอยู่!
ฮูหยินเมิ่งแทบอยากจะใช้ตะเกียบในมือแทงเข้าไปที่ดวงตาคู่นั้นเสีย ให้สาสมกับความแค้นที่กัดกินจนนางคันยุบยิบไปทั้งตัว!
ทว่าต่อหน้าสายตาผู้คนมากมายเช่นนี้ ทั้งยังมีวาจาของนายหญิงเฒ่ากดทับอยู่ นางจึงมิอาจเผยแสดงความไม่พอใจออกมาได้แม้เพียงนิด ทำได้แค่กัดฟันกรอด