ช้ชื่อนี้ได้ อย่างไรก็ตาม เจี้ยนเฉินนั้นพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อซ่อนตัวตนของลูกเสือ เขากลัวว่าถ้าข่าวไปถึงตระกูลกิลลิกันแล้ว มันจะกลายเป็นหายนะข้าคิดว่าชื่อนี้มันก็ฟังดูดีไม่น้อย โหยวเยว่สับสนไม่น้อยที่เจี้ยนเฉินยืนกรานปฏิเสธ มันเป็นเพียงแค่ชื่อ เหตุใดเจี้ยนเฉินจึงไม่ยอมรับมันมันไม่ได้เป็นชื่อที่ดีนัก ข้าคิดว่ามันควรเรียกว่า เสี่ยวไป๋ เจี้ยนเฉินตอบไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี โหยวเยว่จ้องมองไปที่เจี้ยนเฉิน เสี่ยวไป๋ ชื่อนั้นง่ายเกินไป มันไม่แสดงตัวตนของลูกเสือเลยแม้แต่น้อย มันดูเลวร้ายกว่าชื่อของข้าข้าไม่รู้สึกว่า มันเป็นชื่อที่ไม่ดี ลูกเสือมีขนขาวอย่างหิมะและมีขนาดเล็ก เสี่ยวไป๋เป็นชื่อที่เหมาะสมกับมันไม่น้อย เจี้ยนเฉินมองลูกในเสื้อคลุมของเขา และถาม จากนี้ข้าจะเรียกเจ้าว่าเสี่ยวไป๋ เจ้าชอบชื่อนี้หรือไม่ ?ม๋าววววว~ ~ ลูกเสือร้องเสียงดังและประทับเท้าเล็ก ๆ ทั้งสี่ของมันลงบนอกของเจี้ยนเฉินซ้ำ ๆ ราวกับว่ามันชื่นชอบชื่อนี้ค่อนข้างพอใจ เจี้ยนเฉินหันมองไปที่โหยวเยว่ ดูเหมือนว่าเสี่ยวไป๋จะชื่นชอบชื่อนี้ไปยังถนนที่ยาวออกไปด้านหน้าอย่างช้า ๆ พวกเขามักจะเดินทางโดยที่ไม่เห็นคนอื่น แต่บางครั้งก็มีกลุ่มทหารรับจ้างหรือคาราวานพ่อค้าที่เดินสวนกับพวกเขา อย่างไรก็ตาม เจี้ยนเฉินและกลุ่มของเขายังคงเดินไปโดยม้าของพวกเขาอย่างไม่ได้หยุด พวกเขาเดินไปยังเมืองเฟิงหยาง พวกเขาต่างก็สนทนากันอย่างสนุกสนานแม้ว่า