— ไม่ได้สลักสำคัญอะไร นั่นหมายความว่าเจี้ยนเฉินนั้นไม่ได้มีความแค้นเคืองใด ๆ กับทั้งสาม เมื่อกาดิซิ่วหลีจ้องมาที่เขา เจี้ยนเฉินก็ได้พยักหน้าด้วยความเป็นมิตรให้กับนางเพื่อทักทายแล้วก็หันหน้าหนี
กาดิซิ่วหลีจ้องมาที่ใบหน้าอันหล่อเหลาของเจี้ยนเฉินพร้อมกับคิดใคร่ครวญ คิ้วของนางขมวดเข้าหากันสักพักก่อนที่นางจะถูกสะกิดกาดิเหลียงที่อยู่ข้าง ๆ “พี่รอง ท่านเคยเห็นเห็นชายสวมชุดขาวนั่นมาก่อนหรือไม่ ? ข้ารู้สึกคลับคล้ายคลับคลาเหมือนกับว่าเคยเห็นเขาที่ไหน ข้าจำมันไม่ได้”
เจี้ยนเฉินได้เติบโตขึ้นมากเมื่อไม่กี่ปีมานี้ ทำให้แม้แต่ลุงเจียงหวูจี่ยังจำเขาไม่ได้ และกาดิซิ่วหลีเองก็จำเขาไม่ได้เช่นกัน
กาดิเหลียงมองไปที่เจี้ยนเฉินก่อนที่จะหันไปหาน้องสาวของนาง จากนั้นเขาก็ส่ายหน้าและยิ้มออกมา ” ข้าไม่รู้ว่าเขามาจากไหน แต่เขาดูค่อนข้างหล่อเหลา แม้แต่ข้าเองยังอิจฉาเขาเลย”
“พี่รอง ข้ารู้สึกคุ้นหน้า แต่ข้าไม่รู้ว่าเคยเจอเขาที่ไหน ท่านรู้หรือไม่ว่าเขาเป็นใคร ? ” กาดิซิ่วหลีถามอีกครั้ง
กาดิเหลียงมองกลับไปที่เจี้ยนเฉินอีกครั้งแล้วส่ายหัวอีกรอบ “ข้าไม่รู้จักเขา หรือไม่ก็ข้าก็ไม่เคยเจอเขามาก่อน” กาดิเหลียงได้มองไปที่กาดิซิ่วหลีพร้อมกับยิ้มและแสดงสายตาซุกซน “น้องสาม ผู้ชายตรงนั้นนั่นก็ดูไม่เลว ไม่ใช่ว่าเจ้าตกหลุมรักเขาหรอกหรือ ? เมื่อพวกเรากลับไปเมื่อไหร่ ข้าจะให้คนไปหาว่าเขาผู้นั้นเป็นใครเพื่อให้คำตอบแก่เจ้า”
เมื่อเ