หลังจากอยู่อย่างนั้นสักพักก็ได้มีเสียงเท้าดังขึ้น จากนั้นก็ได้มีเสียงอันเร่งรีบของชายวัยกลางคนดังขึ้นตามมา “หลวนเอ๋อ เจ้าอยู่หรือไม่ ? พ่อของเจ้ามีข่าวดีจะบอกกับเจ้า”
เมื่อได้ยินดังนั้นทั้งสองคนเริ่มกระโดดออกจากกันเหมือนดังกระต่าย พวกเขาจัดชุดของตนเองและปรับสีหน้าให้เป็นปกติ พวกเขาจะพยายามทำทีเหมือนว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น
หัวหน้าตระกูล หวงฉิงหลานเดินเข้ามายังศาลานั่นพร้อมกับชุดสีขาว ในตอนที่เจี้ยนเฉินและหวงหลวนเห็นเขา เขายิ้มออกมาและพูดขึ้น “หลวนเอ๋อ พ่อของเจ้ามีข่าวดีจะบอกเจ้า หลังจากได้ยินเรื่องนี้แล้วเจ้าจะ….” – ในตอนที่เขากำลังพูดอยู่นั้น ทันใดนั้นเองหัวหน้าตระกูลก็ได้เห็นว่าเจี้ยนเฉินเองก็อยู่ที่นั่นด้วย เขาตกตะลึงจนหยุดพูดกลางคัน
“ท่านหวง ! ” เจี้ยนเฉินป้องมือพร้อมกับยิ้มออกมา
หัวหน้าตระกูลนั้นยังคงสีหน้าเคร่งขรึมไว้ได้และยิ้มออกมากว้างกว่าเดิม เขาป้องมือกลับและพูดขึ้น ” ข้าไม่คิดว่าผู้พิทักษ์จักรพรรดิจะอยู่ที่นี่ด้วย เรื่องนี้ต้องขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของผู้พิทักษ์จักรพรรดิ ทำให้หลวนเอ๋อเป็นอิสระเสียที”
“ท่านพูดเกินไป หลวนเอ๋อนั้นเพียงแค่มีสหายที่ดี ถ้านางเจอปัญหาใดเข้า ข้าผู้นี้จะต้องช่วยเหลืออย่างแน่นอน” เจี้ยนเฉินตอบ
หัวหน้าตระกูลยิ้มแต่สายตาของเขายังคงมองไปที่เจี้ยนเฉินและหวงหลวนสลับกัน แม้ว่าทั้งสองจะแกล้งทำทีว่าไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น แต่จากประสบการณ์จากลูกผู้ชายอย่างเข