าแล้ว เขาสามารถเห็นสิ่งผิดปกติบางอย่างได้ และสิ่งที่ทำให้ชายคนนี้ดีใจยิ่งกว่าเดิมก็คือสายตาของเจี้ยนเฉินตอนนี้ได้เปลี่ยนไปจากแต่ก่อนอย่างสิ้นเชิง พวกเขาได้เปลี่ยนสายตาที่มองกันใหม่ เหมือนกับลูกเขยกำลังมองพ่อตาและพ่อตากำลังมองไปที่ลูกเขย
“ข้าเดาว่าผู้พิทักษ์จักรพรรดินั้นได้บอกข่าวกับหลวนเอ๋อแล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้นข้าก็ไม่จำเป็นต้องพูดสิ่งใด” ชายคนนี้ได้หันไปมองที่หวงหลวน “หลวนเอ๋อ ผู้พิทักษ์จักรพรรดินั้นได้ลงแรงในเรื่องนี้ไปไม่น้อย แม้แต่บรรพชนของเรายังลงมาจัดการเรื่องนี้ด้วยตนเอง เจ้าต้องขอบคุณเขา”
“ลูกของท่านเข้าใจแล้ว ! ” หวงหลวนพูดด้วยน้ำเสียงเบาอย่างกับยุง
“พูดคุยกันตามสบาย ข้ามีบางเรื่องต้องไปจัดการ งั้นข้าไปก่อนล่ะ” หวงฉิงหลานไม่ได้ตั้งใจจะอยู่ให้นานกว่านี้ เขารีบออกจากศาลาไป
หลังจากหวงฉิงหลานจากไปแล้ว มีเพียงเจี้ยนเฉินแหละหวงหลวนที่อยู่ที่นั่น ทั้งสองไม่พูดคุยกันสักพักซึ่งนั่นทำให้เกิดบรรยากาศอันน่ากระอักกระอ่วน
และหลังจากนั้นสักพักก็เป็นหวงหลวนเองที่เป็นฝ่ายพูดขึ้น “เจี้ยนเฉิน เจ้าเอาอาณาจักรฉินหวงมายุ่งเกี่ยวในครั้งนี้ แล้วพวกเขาจะช่วยเจ้าจริง ๆ หรือ?”
“อย่ากังวล อาณาจักรฉินหวงนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แม้แต่นิดเดียว ข้าได้รับการช่วยเหลือจากผู้อาวุโสที่แข็งแกร่งมาจัดการปัญหานี้ ความแข็งแกร่งของผู้อาวุโสผู้นี้นั้นแข็งแกร่งกว่าอาณาจักรฉินหวง ดังนั้นบรรพชนของเจ้าเลยยิ่งกว