ะที่เดินเข้าไปเจี้ยนเฉินก็ยังคงรับรู้ได้ถึงกลิ่นนั้น เจี้ยนเฉินไม่รู้ว่ากลิ่นของกล้วยไม้นี่หมายความถึงสิ่งใดและไม่รู้ถึงความสำคัญของมันเช่นกัน
เมื่อได้ยินเสียงเท้าก้าวมาข้างหลัง หวงหลวนก็ตระหนักได้ว่านั่นคือเจี้ยนเฉินที่มาหยุดอยู่หน้าต่างข้าง ๆ นาง นางหันกลับไปหาเขา คราบน้ำตายังคงเปรอะเปื้อนบนใบหน้าของนาง
“เจ้ากลับมาแล้ว เจ้าหาทางได้แล้วหรือยัง ? ” หวงหลวนถามอย่างคาดหวัง แม้ว่านางจะไม่อยากให้เจี้ยนเฉินใช้อาณาจักรฉินหวงมาช่วยตระกูลของนาง แต่นางยังคงคาดหวังอยู่นิด ๆ
“ข้าได้พูดคุยกับปู่ของเจ้าแล้ว เขาตกลงกับข้าแล้วด้วย ถ้าข้าสามารถหาใครที่มีความแข็งแกร่งกว่าตระกูลหวงกู่มาได้ เขาจะยกเลิกการหมั้นของเจ้า” เจี้ยนเฉินอธิบาย
คำพูดของเจี้ยนเฉินทำให้หวงหลวนรู้สึกกังวลเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม แต่นี่เป็นการกังวลกับตัวเจี้ยนเฉิน นางมองไปที่เจี้ยนเฉินและพูดอย่างเป็นห่วง “แล้วอาณาจักรฉินหวงจะช่วยเจ้าในเรื่องนี้หรือ ? ถ้าพวกเขายื่นมือมา พวกเขาคงจะส่งเซียนผู้คุมกฎมาไม่กี่คน แม้ว่านั่นจะทำให้ตระกูลหวงกู่บาดเจ็บได้ก็เถอะ”
เจี้ยนเฉินหัวเราะ “ข้าไม่ใช่คนโง่ ไม่ต้องกังวล เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับอาณาจักรฉินหวง ข้าเองก็ไม่อยากให้อาณาจักรฉินหวงมีปัญหาอันใดเพิ่มเติม แต่ข้าสามารถเชิญผู้อาวุโสคนนี้มาได้หรือไม่นั้น เรื่องนี้ข้าเองก็ยังไม่แน่ใจ แต่ข้าจะพยายามให้มากที่สุด ข้ามาที่นี่เพื่อบอกลาเจ้า เพื่อแก้ปัญหานี้ข้