จ้าช่วย ! “
หมิงตงที่นั่งอยู่ตรงข้ามเจี้ยนเฉินนั้นได้มองเจี้ยนเฉินด้วยใบหน้าที่แปลกใจ “เจี้ยนเฉิน เจ้ากับข้าไม่ใช่พี่น้องร่วมสาบานหรอกหรือ ? อย่าใช้คำพูดเช่นนั้นพูดกับข้า แค่พูดมาว่าเจ้าต้องการให้ข้าทำสิ่งใด อย่าพูดเหมือนเราเป็นคนแปลกหน้ากันเลย ตราบใดที่นี่เป็นปัญหาของเจ้า ไม่ว่าจะฝ่าภูเขาแห่งดาบหรือว่าดำลึกลงไปในทะเลพลิง ข้า หมิงตง ก็จะทำเพื่อเจ้า”
เจี้ยนเฉินยิ้มแบบขออภัยออกมาและรีบพูดขึ้น “หมิงตง ข้าหวังว่าลุงเทียนของเจ้าจะยื่นมือมาช่วยเรื่องนี้และจัดการทุกอย่างด้วยความเที่ยงธรรม”
เมื่อได้ยินว่าเจี้ยนเฉินต้องการความช่วยเหลือของลุงเทียน หมิงตงก็รู้ได้เลยว่าเรื่องนี้จริงจังและตึงเครียดแค่ไหน
หลังจากนั้นเจี้ยนเฉินก็ได้อธิบายถึงเรื่องของหวงหลวนและตระกูลของนางให้หมิงตงฟัง หลังจากที่ได้ยินเรื่องทั้งหมดสีหน้าเคร่งเครียดที่อยู่บนหน้าหมิงตงก็ได้หายไป เขาจ้องเจี้ยนเฉินด้วยสายตาที่ลึกซึ้ง เขายิ้มยียวนและพูดขึ้น “ข้าคิดอะไรอยู่เช่นนั้นหรือ ? ถ้าเป็นเรื่องเช่นนี้ เจี้ยนเฉินยอมทำเรื่องเช่นนี้เพื่อสตรีที่เคยเจอกันไม่กี่ครั้ง อย่าบอกข้านะว่าเจ้าจะขโมยผู้ที่จะเป็นฮูหยินของคนอื่น ! “
เจี้ยนเฉินได้หัวเราะแบบสยองขวัญออกมา “มันมิใช่อย่างที่เจ้าคิด หวงหลวนและข้านั้นได้เดินทางด้วยกันสักพักในเมืองทหารรับจ้าง ข้านั้นไม่อยากเห็นนางต้องแต่งงานกับคนที่นางมิได้รัก”
“ฮาฮา เจี้ยนเฉิน เจ้าไม่จำเป็นต้องเขินอายอั