ก็บตัวอยู่ เขาคุกเข่าลงพร้อมกับป้องมือตรงด้านหน้าบ้านไม้หลังหนึ่งและพูดขึ้น “ผู้อาวุโส ผู้เยาว์มีบางอย่างอยากจะพูดคุยกับท่าน”
“เข้ามา ! ” บรรพชนพูดขึ้นโดยมันดังขึ้นมาจากภายในบ้านหลังนั้น
เจี้ยนเฉินเดินเข้าไปในบ้านหลังนั้นและก็ได้เห็นชายชรานั่งอยู่บนเก้าอี้หินพร้อมกับมีรอยยิ้มบนใบหน้า
“เจี้ยนเฉิน มีสิ่งใดที่เจ้าต้องการพูดคุยกับชายแก่คนนี้ ? บางทีเจ้าอาจจะเปลี่ยนใจให้ตระกูลหวงหยิบยืมความแข็งแกร่งของอาณาจักรฉินหวงเช่นนั้นหรือ ? ” ชายชราพูดขึ้นอย่างใจเย็น
“ดูเหมือนว่าท่านจะเป็นคนตลก เรื่องนี้สำคัญเกินไปกว่าจะตัดสินใจได้ ผู้เยาว์ผู้นี้ไม่สามารถเป็นตัวแทนอาณาจักรฉินหวงตัดสินเรื่องนี้ได้ แม้ว่าผู้เยาว์จะตกลงแต่ผู้พิทักษ์จักรพรรดิคนอื่นก็ไม่ได้ตกลงด้วย” เจี้ยนเฉินตอบกลับ
“ถ้าเป็นเช่นนั้นเจ้ามาที่นี่เพื่อเหตุใด ? ” ชายชราถาม
“ผู้อาวุโส ผู้เยาว์ไม่สามารถชักจูงอาณาจักรฉินหวงให้มาช่วยตระกูลหวงก็จริง แต่ข้าสามารถหาผู้ฝึกตนคนอื่นมาช่วยได้ ข้าหวังว่านั่นจะทำให้การหมั้นของหวงหลวนกับตระกูลหวงกู่จะยกเลิกไปเสีย” เจี้ยนเฉินมองอย่างจริงจังไปที่บรรพชนผู้นั้น เขารู้อยู่แล้วว่าชายตรงหน้าเขามีพละกำลังและความแข็งแกร่งอย่างไม่น่าเชื่อ แต่ตราบใดที่ทำให้เขาพอใจ นั่นก็พอมีโอกาสที่ปัญหาของหวงหลวนจะได้รับการแก้ไข
คิ้วของบรรพชนยกตัวขึ้นด้วยความลังเล “เจี้ยนเฉิน การหมั้นระหว่างตระกูลหวงและตระกูลหวงกู่นั้นถูกกำหนดไว