ขาจะถูกมองผ่านดวงตาเพียงคราเดียว นั่นมันน่าหวั่นกลัวมากเกินไป ชั่วพริบตา เจี้ยนเฉินรู้สึกกังวลและไม่แน่ใจ หากว่าเซียนผู้คุมกฎสามารถมองผ่านความลับของเขาว่าเขาไม่มีอาวุธเซียนและมองเห็นการคงอยู่ของจิตวิญญาณกระบี่สีม่วง-ฟ้า
เมื่อเขามองดูท่าทีของบรรพชน เจี้ยนเฉินผ่อนคลายลงชั่วขณะเพราะชัดเจนว่าบรรพชนไม่อาจมองผ่านทุกสิ่งของเจี้ยนเฉินไปได้ มิฉะนั้นแล้ว หากว่าเขารู้ว่าเจี้ยนเฉินแข็งแกร่งโดยปราศจากอาวุธเซียน จากนั้นแล้วเซียนผู้คุมกฎคงรู้สึกตกตะลึงและไม่อาจรักษาท่าทีสงบเช่นนี้ได้เป็นแน่
เนื่องจากว่าอาวุธของเขาได้ถูกทำลายลง นั่นหมายความว่าบุคคลนั้นก็ไม่ต่างกับคนพิการ นี่เป็นการพิจารณากันตามความเป็นจริง แต่กับเจี้ยนเฉินแล้วมันแตกต่างกัน
“ข้าผู้นี้เพียงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยกับคำยกย่องของท่านผู้อาวุโส ข้านั้นไม่ได้โดดเด่นอย่างที่ท่านผู้อาวุโสกล่าวเปรียบเทียบ ข้าผู้นี้ไม่ได้มีค่าควรคู่กับคำยกย่องที่มากเกินไป”เจี้ยนเฉินป้องมือของเขาเข้าด้วยกัน แม้กรระทั่งรอยยิ้มบนใบหน้าก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลง
ได้ยินสิ่งนี้ บรรพชนเพียงหัวเราะและลูบเคราที่คางของเขาอย่างช้า ๆ “ชายชราผู้นี้เพียงกล่าวไปตามที่เคยพบ ข้าใช้ชีวิตมาเกือบ 1,300 ปี หากมองย้อนกลับไปยามเมื่อชายคนนี้อายุเทียบเท่าเจ้า ข้าอยู่เพียงระดับเซียนปฐพีแต่มันก็เพียงพอ แต่เมื่อเทียบกับเจ้าแล้ว ด้วยอายุและความสำเร็จของเจ้า มันก็ไม่เทียบเท่าแล้ว หากว่าเจ้าบ่มเพ