ั้น พวกเราจะเป็นคนนำทัพนั่นเอง” คาเฟอร์เข้าใจในสิ่งที่เจี้ยนเฉินกังวล โดยเขาไม่ได้โต้เถียงสิ่งใดกลับมา
ราชาสังเกตเห็นอาการกังวลบนใบหน้าของเจี้ยนเฉิน เขาเดาว่านิกายพยัคฆ์มังกรนั้นจะมีบางอย่างไม่ชอบมาพากลแน่ ๆ “หลานชาย เรื่องนิกายพยัคฆ์มังกรนั้นตึงเครียดขนาดนั้นเลยรึ ? “
“องค์ราชา โปรดไว้วางใจเถิด นิกายพยัคฆ์มังกรนั้นค่อนข้างแข็งแกร่งก็จริง แต่พวกเขาเทียบไม่ได้กับอาณาจักรฉินหวง ครั้งนี้พวกมันได้ล่วงเกินอาณาจักรฉินหวงซึ่งเป็นสิ่งที่อาณาจักรฉินหวงยอมรับไม่ได้ ข้าเชื่อว่าคงมีเซียนคุ้มกฎของอาณาจักรฉินหวงเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วย” เจี้ยนเฉินพูดขึ้นโดยไม่มีความกังวลใด ๆ ด้วยพลังงานดั้งเดิมของจิตวิญญาณกระบี่สีม่วง-ฟ้าแล้ว เจี้ยนเฉินจะไม่กลัวเซียนสวรรค์ผู้ใด สิ่งที่เขากังวลในตอนนี้นั่นคือเซียนผู้คุมกฎของนิกายพยัคฆ์มังกร
เมื่อได้ยินถึง ‘เซียนผู้คุมกฎ’ คาเฟอร์และเย่หมิงก็ได้แสดงความตึงเครียดออกมา ความแข็งแกร่งของพวกนั้นสูงเกินกว่าความแข็งแกร่งของพวกเขาทั้งคู่มากนัก แม้ว่าเซียนผู้คุมกฎจะมีเพียงผู้เดียวในนิกายนั้น แต่ระยะห่างของความแข็งแกร่งของเขาทั้งคู่เมื่อเปรียบเทียบกับเซียนผู้นั้นแล้วราวฟ้ากับเหว
เคยมีคำพูดของคนโบร่ำโบราณในทวีปเทียนหยุนกล่าวว่า —ผู้ที่อยู่ต่ำกว่าเซียนผู้คุมกฎล้วนเป็นมดปลวก
“เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้” เย่หมิงถอนหายใจออกมา
“อ่า ! ” – คาเฟอร์ถอนหายใ