จด้วยเช่นกัน “คิดย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน เจ้าสำนักคนแรก ๆ ของสำนักคากัตเองก็เป็นเซียนผู้คุมกฎเช่นกัน โชคร้ายที่เขาเป็นพวกชอบท่องเที่ยวไปในที่ต่าง ๆ ตอนนี้ข้าไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาไปอยู่ที่ใด และนี่ก็เป็นเวลากว่าร้อยปีแล้วที่ไม่ได้ข่าวคราวใด ๆ จากเขาอีก ถ้าเจ้าสำนักผู้นั้นคอยดูแลอาณาจักรเกอซุนแล้วล่ะก็อาณาจักรของเราคงรุ่งเรืองขึ้นมานานแล้ว”
….
ในเช้าวันต่อมา กองทัพที่ประจำในอาณาจักรอินทรีสวรรค์นั้นได้เตรียมตัวเพื่อจะออกเดินทาง ทหารกว่าล้านคนข้างนอกกำลังจัดเก็บสิ่งของ พวกเขาทุกคนต้องทำตามคำสั่งที่ได้มาอย่างเคร่งครัด
“เจี้ยนเฉิน เจ้าต้องระวังตัวไว้ให้ดี” หมิงตงพูดเตือนเจี้ยนเฉิน เขารู้อยู่แล้วว่าเจี้ยนเฉินคงต้องพบกับปัญหากับนิกายพยัคฆ์มังกร
เจี้ยนเฉินหัวเราะขึ้น “ทำไมท่านมองโลกในแง่ร้ายเช่นนั้น ? ท่านพูดเหมือนกับว่าข้าจะไม่ได้กลับมา อย่าลืมสิว่าข้าเป็นตัวแทนของอาณาจักรฉินหวง นิกายพยัคฆ์มังกรคงไม่กล้าทำอะไรข้า”
และในตอนนั้นโหยวเยว่ถอดเอาหนึ่งในเครื่องประดับที่นางสวมใส่ออก นางลังเลอยู่สักพักก่อนที่จะเดินเข้ามาให้เจี้ยนเฉินเอง และนางกระซิบกับเขา “เจียงหยางหยางเซียนเทียน นี่เป็นจี้ที่แม่ข้ามอบไว้ให้ข้า มันสามารถนำสันติสุขมาให้แก่ผู้คนได้ และข้าจะให้เจ้าไปหวังว่ามันจะช่วยปกป้องเจ้าได้” ใบหน้าของโหยวเยว่มีสีแดงขึ้น แต่ถึงอย่างไรนางก็ยังคงนำสร้อยคอเส้นนั้นใส่เขากับคอของเจี้ยนเฉิน
เจี้ยนเฉินยิ