ว่าข้างนอกอีก ถ้ามีใครยืนอยู่ชั้นบนของพระราชวังแล้วจะสามารถเห็นทั่วทั้งพระราชวังได้และเห็นได้ว่ามีชายที่ยืนเฝ้าตรวจตราแต่ละคนนั้นยืนนิ่งเหมือนกับรูปปั้น จากแสงจันทร์ที่สาดลงมา มันได้ส่องกระทบกับเกราะเงินที่ยามพวกนั้นสวมใส่
ภายในปราสาท องค์หญิงโหยวเยว่นั่งอยู่บนโต๊ะหินซึ่งตั้งอยู่ในสวนดอกไม้ มือทั้งสองของนางท้าวคางตัวเองไว้พร้อมกับดันให้สายตาของนางมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ใบหน้าของนางให้อารมณ์ที่ยากจะบอกได้ว่านางนั้นคิดสิ่งใดอยู่
“องค์หญิงโหยวเยว่ ท่านกำลังชื่นชมดวงจันทร์อยู่งั้นหรือ ? ทำไมท่านยังไม่นอนอีก ? ” เสียงดังขึ้นด้านหลังขององค์หญิง และเป็นเจี้ยนเฉินเองที่เป็นคนพูด ซึ่งเขาได้พูดขึ้นพร้อมกับรอยยิ้ม
คืนนี้เจี้ยนเฉินสวมชุดสีดำ ด้วยความมืดของค่ำคืนนี้แทบจะทำให้เขาดูกลมกลืนไปกับบรรยากาศรอบ ๆ ถ้าไม่สังเกตให้ดี ๆ พวกเขาอาจจะไม่เห็นเจี้ยนเฉินก็เป็นได้
เสียงของเจี้ยนเฉินนั้นดังขึ้นจากไหนไม่รู้ทำให้องค์หญิงที่นั่งเหม่ออยู่ ส่งเสียงออกมาด้วยความตกใจ และร่างกายของนางก็สะดุ้งขึ้น
นางลุกขึ้นจากโต๊ะหินนั่นพร้อมกันหันมาด้วยความโกรธ “เจ้าไม่ควรเข้ามาข้างหลังผู้อื่นเงียบ ๆ และทำให้ผู้อื่นตกใจเช่นนี้”
เจี้ยนเฉินหัวเราะก่อนที่จะป้องมือเข้าด้วยกัน “ข้าขออภัยด้วย ข้าทำให้องค์หญิงกลัว”
เมื่อได้ยินแบบนั้น คิ้วขององค์หญิงได้ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย “เจียงหยางเซียงเทียน เจ้าคิดจะเรียกข้าว่าองค์หญิงอีกหรือ ?