‘เมิ่งหนานอี้’ ได้อย่างมิรู้จักเหน็ดเหนื่อยเบื่อหน่าย ความมุ่งมั่นหาได้เคยลดละลงไม่ ถึงขั้นแฝงกลิ่นอายยั่วเย้าโทสะอยู่หลายส่วนด้วย
เพราะถูกก่อกวนติดต่อกันอยู่หลายวันเช่นนี้ หรือบางทีอาจเป็นเพราะเมิ่งซีโจวช่างพูดช่างเจรจาจนน่ารำคาญเกินไปจริงๆ กระทั่งวันนี้ เมื่อเมิ่งซีโจวพูดคุยเรื่องไร้สาระกับนางด้วยน้ำเสียงหวานเลี่ยนชวนสะอิดสะเอียนอีกครา ในที่สุดฮูหยินเมิ่งก็กระแทกถ้วยชาในมือลงกับโต๊ะอย่างแรง
เสียงกระทบกันของเครื่องกระเบื้องดังกังวานใส ทำให้บรรยากาศโดยรอบพลันเงียบสงัดลงทันใด
ฮูหยินเมิ่งช้อนดวงตาคู่นั้นขึ้นมอง ดวงตาของนางล้ำลึกจนยากจะหยั่งถึง
“การที่ข้าถูกปลดจากโทษกักบริเวณโดยง่ายดายถึงเพียงนี้ ทั้งยังได้กลับมากุมอำนาจในจวนอีกครา… เจ้า…ไม่คิดจะกล่าวถึงบ้างเลยกระมัง?”
รอยยิ้มบนใบหน้าของเมิ่งซีโจวมิได้แปรเปลี่ยนไปเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม กลับยิ่งสว่างไสวมากขึ้นอีกหลายส่วน
“ระยะเวลาที่ท่านแม่ถูกกักบริเวณนั้นนับว่ายาวนานอยู่บ้างจริงๆเจ้าค่ะ มีคำกล่าวว่า มิได้พบเพียงหนึ่งวันประหนึ่งห่างกันสามสารทฤดู ข้ากับท่านแม่มิได้พบหน้ากันมาหลายปี ในใจย่อมจะคิดถึงยิ่งนัก ทว่าลูกกลับคาดไม่ถึง ว่าท่านแม่จะยังคงงดงามประหนึ่งนางล่มเมือง ยังคงเจิดจรัสไร้ผู้ใดเปรียบ มิพบเห็นร่องรอยแห่งความเหี่ย