วชราแม้เพียงครึ่งส่วนเลยเจ้าค่ะ!”
ถ้อยวาจานี้ช่างประชดประชันเสียดสียิ่งนัก
แต่ฮูหยินเมิ่งฟังแล้วไม่เพียงมิได้มีโทสะ กลับยังหัวเราะแผ่วเบาออกมาคราหนึ่งด้วย
เสียงหัวเราะนั้นสั้นห้วนและเย็นเยียบ ประหนึ่งอสรพิษแลบลิ้นเพื่อพ่นพิษ
นางค่อยๆยื่นมือออกไปหยิบองุ่นจากจานตรงหน้าขึ้นมาเม็ดหนึ่ง องุ่นเม็ดนั้นถูกปอกเปลือกไว้เรียบร้อยแล้ว นางยกมันขึ้นไว้ตรงหน้าอย่างไม่รีบร้อน ท่าทีคล้ายกำลังสบายอกสบายใจ และกำลังพินิจชื่นชมสิ่งของล้ำค่าอย่างละเอียดละอออยู่
ทว่าแม้ท่าทางของนางจะดูคล้ายจดจ่ออยู่กับองุ่นเม็ดนั้น แต่สายตาข้างหนึ่งกลับลอบเหลือบมองไปทางใบหน้าของเมิ่งซีโจว ใบหน้าที่ทำให้นางทั้งชิงชังจนอยากฉีกทึ้ง ทั้งรักจนมิอาจตัดใจได้
ช่วงเวลาที่นางเงียบหายไปนั้น หาใช่ยอมสงบศึกไม่ หากแต่กำลังครุ่นคิดอยู่ว่า จะทำเช่นไรจึงจะสามารถตัดรอนหนทาง ที่เมิ่งซีโจวจะได้ไต่ขึ้นเป็นพระชายาแห่งองค์รัชทายาทให้สิ้นซากได้ แต่ก็มิต้องถึงขั้นเอาชีวิตนางด้วยสองมือตน!
วิธีแรกที่ผุดขึ้นในหัวก็คือ จับนางแต่งออกไปเสีย! แต่งออกไปในดินแดนที่อยู่ไกลแสนไกล!
ทว่าแผนการนี้ หากจะลงมือทำจริง กลับเต็มไปด้วยอุปสรรคมากมาย
ประการแรก ‘เมิ่งซีโจว’ ในฐานะพี่สาวยังมิได้ออกเรือน หากกลับให้น้องสาวอย่าง ‘เมิ่งหนานอี้’ แต่งออกไปก่อน ย