ิ่มพากันเคลื่อนไหว
เดิมทีเจียงชิงนั้นมีสมาธิแน่วแน่ เขาอยากจะดูการแสดงแสนสนุกของเฝ่ยไป๋ลู่ แต่เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เปลี่ยนไป คนเหล่านี้ไร้ยางอายอย่างยิ่ง พอเถียงสู้ไม่ได้ก็จะใช้กำลัง เขาตบโต๊ะด้วยความโกรธทันที “พอพูดแล้วก็จะแย่งเลย คนมากมายพวกนี้อยากจะฉีกเฝ่ยไป๋ลู่เป็นชิ้น ๆ ใช่ไหม?”
ร่างของเขากลายร่างเป็นเงาในชั่วพริบตา เขาทะยานไปยังตำแหน่งของเฝ่ยไป๋ลู่อย่างรวดเร็ว เพื่อสกัดการโจมตีจากคนกลุ่มนี้ให้เธอ
“เฮ้ ฉันไม่ได้กำลังช่วยเธอนะ ฉันกำลังช่วยศิษย์พี่รอง” เจียงชิงที่เพิ่งจะต่อสู้กับคนผู้หนึ่งอยู่ หันศีรษะมา ครั้นเห็นเฝ่ยไป๋ลู่ยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ขยับ เขาก็โกรธทันที “ปกติเธอฉลาดนักไม่ใช่หรือไง? ยังไม่รีบวิ่งหนีอีก! อยากจะถูกคนพวกนี้ฉีกเป็นชิ้น ๆ จริง ๆ หรือไงฮะ!”
“คุณเฝ่ย พวกเราต้านคนจำนวนมากขนาดนี้ไม่ไหว คุณรีบใช้วิชาย่อกาย แล้วออกไปจากที่นี่เถอะ” จิ่งเกาหมิง อวี๋ทิงหลัน และคนอื่น ๆ จากนิกายเก้าสวรรค์ต่างยืนอยู่ด้านหน้าเฝ่ยไป๋ลู่เช่นกัน ยิ่งขยับตัวยิ่งเคลื่อนไหวลำบาก ในใจยิ่งเกิดความรู้สึกโกรธเพื่อนร่วมวงการเดียวกันเหล่านี้
มือของหานเสียวเสี่ยวแตะแส้ที่เอว สีหน้าลังเล ถึงเธอจะไม่ชอบเฝ่ยไป๋ลู่ แต่ก็ไม่ชอบพฤติกรรมที่น่าเกลียดของคนกลุ่มนี้เช่นกัน ใช้อำนาจและอิทธิพลบีบบังคับผู้อื่นนับว่ามีความสามารถอะไร? คนเหล่านี้คิดว่าคุณธรรมเป็นอะไรกัน?
“เสียวเสี่ยว อาวุธเซียนเป็นของตระกูลเรา ลูกมีค