คลังของกลุ่มพันธมิตรได้พอดี”
หานคังผิงได้ยินแล้วก็พูดเตือนเสียงทุ้มต่ำว่า “หร่านหนี ปกติต่อให้คุณจะไม่ชอบผมแค่ไหน ผมก็ไม่เคยคิดเล็กคิดน้อยกับคุณ แต่ครั้งนี้ถ้าคุณทำให้ตระกูลหานต้องเสียตราประทับศักดิ์สิทธิ์ไป อย่าตำหนิที่ผมต้องแตกหักกับคุณ!”
ประธานหร่านแคะหูอย่างไม่สนใจ ถึงจะรู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้างก็ตาม “ฉันนึกว่าพวกเราแตกหักกันมาตั้งแต่คุณฆ่าเฉวียนหรูซินแล้วนะ”
เฉวียนหรูซิน ภรรยาของหานคังผิง และยังเป็นเพื่อนสนิทของประธานหร่าน
ประโยคนั้นทำให้สีหน้าของหานคังผิงบึ้งตึงโดยสมบูรณ์
เฝ่ยไป๋ลู่ใช้ปลายนิ้วลูบพื้นผิวเรียบของตราประทับหยิน พร้อมกับครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้ที่จะใช้ตราประทับหยินทำร้ายหานคังผิงต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก
ขณะนี้เองตราประทับหยินกำลังกระแทกฝ่ามือเฝ่ยไป๋ลู่ไปมาราวกับเป็นเด็กน้อย มันค่อนข้างกระตือรือร้นและตื่นเต้นที่จะทำได้ทำสิ่งชั่วร้าย
เฝ่ยไป๋ลู่เหยียดริมฝีปากขึ้นเป็นรอยยิ้ม ทำหน้าช่วยไม่ได้ แต่ยังกล่าวเอาใจ “ช่างมันเถอะ อย่าหุนหันพลันแล่นจะดีกว่า ตอนนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ”
‘บ้าไปแล้ว ในเวลาอย่างนี้ เฝ่ยไป๋ลู่ยังจะหัวเราะออกมาได้อีกเหรอ?’ เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ หานเสียวเสี่ยวก็กดเสียงตัวเองต่ำลง “คืนตราประทับให้ตระกูลหานซะ เธอคงไม่อยากให้คนของนิกายเก้าสวรรค์ถูกรุมประณามเพราะปกป้องเธอใช่ไหม?”
เฝ่ยไป๋ลู่ตกตะลึงไปชั่วขณะ เมื่อได้สติกลับมา สายตาของเธอที่มองไปทางหานเสียวเสี่ยวก็