นก็มองเจ้าอ้วนน้อยด้วยความประหลาดใจ “อ้วนน้อย อย่าบอกข้าว่าเจ้ามีพลังเซียนธาตุความมืด ? “เขาพยักหน้า “ใช่แล้ว ท่านพ่อบอกข้าว่าธาตุความมืดเป็นสิ่งที่หายาก ท่านปู่ก็มีธาตุความมืดเหมือนกัน ““ผู้เฒ่าเซี่ยวเป็นผู้บ่มเพาะธาตุมืดหรือ ? ” เจี้ยนเฉินใคร่ครวญแต่ก็ต้องสลัดความคิดของเขาออกไปอย่างรวดเร็ว ขณะที่เจ้าอ้วนน้อยพูดว่า “เจี้ยนเฉิน ระวังให้ดี ข้าจะโจมตีแล้วนะ” ขวานรบของเจ้าอ้วนน้อยเริ่มส่องแสงสีเข้มที่เป็นอันตรายก่อนที่เขาจะพุ่งตรงไปหาเจี้ยนเฉินเนื่องจากเจ้าอ้วนน้อยเข้าใจผิดคิดว่าเจี้ยนเฉินต้องการทดสอบความแข็งแกร่งของตัวเอง เขาจึงไม่ได้รั้งกำลังของเขาไว้เลยและเหวี่ยงขวานออกไปเต็มที่มีเพียงแสงสว่างจากความมืดเมื่อขวานของเจ้าอ้วนน้อยพุ่งทะลุท้องฟ้าและกระแทกไหล่ของเจี้ยนเฉิน จำนวนพลังเซียนที่รุนแรงกระเพื่อมผ่านอาวุธเซียนของเขาก่อนที่จะฉีกเสื้อที่ไหล่ของเจี้ยนเฉินขาด เผยให้เห็นผิวสีขาวซีดเมื่อเห็นว่าเจี้ยนเฉินไม่ได้หลบและได้รับการโจมตีเต็มรูปแบบ อ้วนน้อยจึงหน้าซีดและพูดว่า “เจี้ยนเฉิน ทำไมเจ้าไม่หลบล่ะ ? ” หลังจากนั้นดวงตาของเขาเบิกกว้างขณะที่เขามองด้วยความไม่เชื่อ นั่นเป็นเพราะเขาสังเกตเห็นว่าเจี้ยนเฉินไม่ได้รับบาดแผลอะไรเลยเลยแม้จะไม่ได้ป้องกันก็ตาม อย่างมากมีเพียงรอยเสื้อฉีกเล็กน้อยที่ไหล่ของเขา“มัน..มันเป็นไปได้อย่างไร ? ข้ากำลังตาฝาดหรืออะไร ? ” อ้วนน้อยไม่เชื่อสายตาของตัวเอง เขาเหวี่ย