สียงที่ไพเราะเหมือนเสียงนกเจี้ยนเฉินจมลงไปอยู่ในความรับรู้ของเขา ในขณะนั้นภายในมิติโกลาหลในจิตใจของเขา เขาไม่สามารถมองเห็นหินหลากสีได้อีกต่อไป ในสถานที่นั้นมีคนแปลกหน้าสองคน ทั้งคู่อายุไล่เลี่ยกันในขณะที่คนหนึ่งเป็นผู้ชายที่หล่อเหลาอีกคนเป็นผู้หญิงที่งดงามและสมบูรณ์แบบชายคนนั้นมีผมสีม่วงที่ดูเหมือนจะยาวลงมาจนถึงหน้าอก เขาสวมเสื้อไหมพรมสีม่วงและมีดวงตาที่เปล่งประกายด้วยสีม่วงหญิงสาวสวมชุดสีฟ้าที่เหมาะกับผมยาวสีฟ้าของนางมาก รูปร่างหน้าตาของนางไร้ที่ติและดวงตาสีฟ้าของนางก็จะทำให้ผู้ชายที่จ้องมองถึงกับลืมหายใจอกของเจี้ยนเฉินเริ่มตึงและลิ้นของเขาก็เริ่มหยุดทำงานเมื่อเขามองดูชายหญิงที่สมบูรณ์แบบข้างหน้า ในที่สุดเขาก็พูดตะกุกตะกักว่า “เจ้า..เจ้าสองคน..พวกเจ้าเป็นจิตวิญญาณกระบี่ทั้งสองใช่ไหม?”ใช่ขอรับ ข้าคือจือหยิง นางคือฉิงโซว ! ” ชายเสื้อคลุมสีม่วงพูดด้วยรอยยิ้มกว้าง“นี่..” เจี้ยนเฉินพูดไม่ออก เขารู้เกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับจิตวิญญาณของกระบี่,แต่เขาก็ยังไม่อยากเชื่อว่าจิตวิญญาณของกระบี่นั้นจะได้รับร่างของมนุษย์ในจิตใต้สำนึกของเขาโดยที่เขาไม่คาดคิดหลังจากนั้นครู่หนึ่ง เจี้ยนเฉินก็สูดลมหายใจและพยายามทำให้ตัวเองสงบลงอีกครั้ง เขาจ้องมองจิตวิญญาณของกระบี่และพูดว่า “ข้าไม่คิดว่าเราจะได้พบกันในลักษณะนี้ พลังงานของเจ้าได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่หรือไม่ ? “จือหยิงเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่จ