ลกความรับรู้ของเจี้ยนเฉินยังคงแพร่กระจายอย่างต่อเนื่องจนถึง 15 กิโลเมตรและในที่สุดเขาก็ถึงขีดจำกัดของเขา หลังจากดื่มสุราร้อยพงไพรแล้วจิตใจของเขาก็พัฒนาขึ้นอย่างก้าวกระโดด สำหรับเขานี่เป็นสิ่งที่เขาจะต้องเฉลิมฉลอง“นายท่าน..นายท่าน..” ทันใดนั้นส่วนลึกที่อยู่ในใจของเจี้ยนเฉินก็มีเสียงแผ่วเบาดังขึ้นมา หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็รู้สึกว่าเสียงมาจากไหนและตกใจทันที“นายท่าน ในที่สุดข้าก็สามารถสื่อสารกับท่านได้” เจี้ยนเฉินสามารถได้ยินความสุขที่อธิบายไม่ได้ในน้ำเสียงนั้น“เจ้า..เจ้าคือจิตวิญญาณกระบี่สีฟ้าและสีม่วงหรือ ? ” เจี้ยนเฉินพูดเสียงติดอ่างเล็กน้อย“นายท่าน ข้าชื่อจือหยิง,ท่านจะเรียกข้าว่าเสี่ยวจือก็ได้” จิตวิญญาณกระบี่จือหยิงพูด เสียงของมันฟังดูเหมือนเสียงของชายหนุ่ม“นายท่าน ข้าชื่อฉิงโซว หรือท่านจะเรียกข้าว่าเสี่ยวฉิงก็ได้ ! ” ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงเบา ๆ อีกเสียงหนึ่ง เป็นเสียงที่ไพเราะเหมือนเสียงนกเจี้ยนเฉินจมลงไปอยู่ในความรับรู้ของเขา ในขณะนั้นภายในมิติโกลาหลในจิตใจของเขา เขาไม่สามารถมองเห็นหินหลากสีได้อีกต่อไป ในสถานที่นั้นมีคนแปลกหน้าสองคน ทั้งคู่อายุไล่เลี่ยกันในขณะที่คนหนึ่งเป็นผู้ชายที่หล่อเหลาอีกคนเป็นผู้หญิงที่งดงามและสมบูรณ์แบบชายคนนั้นมีผมสีม่วงที่ดูเหมือนจะยาวลงมาจนถึงหน้าอก เขาสวมเสื้อไหมพรมสีม่วงและมีดวงตาที่เปล่งประกายด้วยสีม่วงหญิงสาวสวมชุดสีฟ้าที่เหมาะกับผมยาวสีฟ้าของนางม