ให้เขาเมิ่งชินรุ่ย สามารถฝากนามไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ ในฐานะเป็นบิดาผู้มีจิตใจกว้างขวาง อบรมสั่งสอนบุตรีได้เป็นอย่างดีอีกด้วยรึ?
หากแต่ว่า… เรื่องนี้ก็ช่างสะเทือนขวัญผู้คนยิ่งนัก ทั้งยังฝืนขนบธรรมเนียมประเพณีมากจนเกินไป! บรรดาจิ้งจอกเฒ่าในราชสำนักล้วนจิตใจคับแคบเสียยิ่งกว่าปลายเข็ม แต่เล่ห์กลของแต่ละคนล้วนร้ายกาจยิ่งกว่า! แล้วคนพวกนั้นจะจัดการกับบิดา ที่ปล่อยให้บุตรีเข้ามาก่อความวุ่นวายในราชสำนักเช่นเขาอย่างไรกัน? และหากเรื่องนี้ล้มเหลวขึ้นมา มิใช่ว่านอกจากเขาจะต้องสูญเสียลูกเมียไพร่พลแล้ว ซ้ำยังจะพาให้ทั้งจวนโหวต้องกลายเป็นตัวตลกในสายตาคนอื่นไปด้วยหรอกรึ?
ขั้วความคิดสองสายเข้าปะทะห้ำหั่นกันอย่างดุเดือดอยู่ในหัวของเมิ่งชินรุ่ย กระทั่งเวลาล่วงเลยไปเนิ่นนาน เมิ่งชินรุ่ยจึงค่อยๆระบายลมหายใจออกมายาว แล้วเปลี่ยนสีหน้าเป็นเปี่ยมด้วยความเมตตารักใคร่แทน
เขาก้าวเดินตรงไปหยุดอยู่หน้าเมิ่งซีโจว ยื่นมือออกไปประคองร่างของนางไว้อย่างหลวมๆ
“ช่างเถิด ช่างเถิด ในเมื่อเจ้ามีปณิธานและมีใจผูกพันต่อบ้านเมืองเช่นนี้ ผู้เป็นบิดาเช่นข้าจะทนฝืนขัดขวางความปรารถนาและอนาคตของเจ้าได้อย่างไรกันเล่า?”
เมิ่งซีโจวแอบหัวเราะเย็นอยู่ในใจไม่หยุด
ปรากฏว่าเริ่มแสดงละครอีกฉากหนึ่งแล้วกระมัง? ดูฝีม