ือการเปลี่ยนสีหน้าของเขาสิ อารมณ์โกรธเกรี้ยวที่เผยแสดงออกมาก่อนหน้า ก็สามารถเก็บกลับไปได้อย่างแนบเนียน ทั้งคำพูดคำจายังฟังดูสูงส่งชอบธรรมถึงเพียงนี้… ช่างเป็นฝีมือการแสดงชั้นครู ที่สืบทอดมาทางสายเลือดสู่นางจริงๆ!
ทว่าบนใบหน้า เมิ่งซีโจวกลับรีบปรับเปลี่ยนสีหน้าเป็นตื่นเต้นยินดีทันใด ดวงตาทั้งคู่เปล่งประกายด้วยหยาดน้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจ “ลูกขอขอบพระคุณท่านพ่อที่เมตตาส่งเสริม! ท่านพ่อช่างเปี่ยมไปด้วยคุณธรรม เข้าใจหลักใหญ่แห่งบ้านเมือง! ลูกรู้สึกซาบซึ้งใจยิ่งนักเจ้าค่ะ”
“อืม” เมิ่งชินรุ่ยพยักหน้าอย่างพึงพอใจ แล้วเอ่ยชี้แนะขึ้นว่า “อย่างไรก็ดี ราชสำนักมิอาจเทียบกับเรือนหลังในจวนได้ ที่นั่นน้ำลึกยากจะหยั่งถึง เจ้าจะต้องระมัดระวังตัวในทุกเรื่องให้มาก หากมีสิ่งใดไม่เข้าใจ ก็อย่าได้ฝืนแบกรับไว้เพียงลำพัง จงมาปรึกษาข้ากับพี่ใหญ่ของเจ้าได้ทุกเมื่อ”
“เจ้าค่ะท่านพ่อ ลูกจะจดจำคำสั่งสอนของท่านพ่อไว้ให้ขึ้นใจ” เมิ่งซีโจวก้มศีรษะค้อมกายลงรับคำอย่างว่าง่าย
เมิ่งชินรุ่ยพินิจมองนางอีกหลายครา คล้ายต้องการจะมองหาเค้าลางแห่งพรสวรรค์ด้านการบริหารบ้านเมืองจากใบหน้าของนาง ให้หลังครู่ใหญ่จึงค่อยถอนสายตากลับคืน ก่อนจะเดินสองมือไพล่หลังออกจากเรือนฉงหัวไป
หลังส่งผู้เป็นบิดาไปแล้ว เมิ่งซีโจวก็กลับเข้าห้อง