ไปนอนชดเชย หลังต้องเหนื่อยล้ามาตลอดทั้งวัน
วันนี้ เพื่อออกเดินทางไปส่งองค์หญิงใหญ่ยกทัพจับศึก นางจึงต้องตื่นตั้งแต่ฟ้ายังมิทันสาง ทั้งยังต้องฝืนประคองสติรับมือกับเมิ่งชินรุ่ยอีก ยามนี้จึงรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าจนแทบจะหมดแรงอยู่แล้ว
นางสะบัดรองเท้าปักทิ้งออกจากเท้าทั้งสอง แม้แต่อาภรณ์ชั้นนอกก็คร้านจะถอดออก เพียงเอนกายลงบนเตียงแล้วดึงผ้าห่มแพรขึ้นมาคลุมศีรษะไว้ ก่อนจะจมดิ่งสู่ห้วงนิทราทันที
มิรู้ว่าหลับไปนานเพียงใด
สติสัมปชัญญะพร่าเลือนล่องลอย ประหนึ่งกำลังตกอยู่ในม่านหมอกผืนหนึ่ง
ทว่ากลับมีไอเย็นสายหนึ่งคล้ายอสรพิษแลบลิ้นแผล็บๆ ค่อยๆเลื้อยพันขึ้นมาตามแผ่นหลังของนางอย่างเงียบเชียบไร้สุ้มเสียง
นั่นคือความรู้สึกของการถูกใครบางคนจับจ้องอยู่
ราวกับครั้งก่อน… ยามอยู่ในกระท่อมมุงจากซอมซ่อของหมู่บ้านเสี่ยวเหอ ตอนที่ชายโฉดเฒ่าผู้นั้นแอบซ่อนตัวอยู่ใต้เตียงของนางกลางดึก แล้วจ้องเขม็งมองมาที่นางไม่มีผิด!
อันตราย!
ขนทั่วร่างของเมิ่งซีโจวพลันลุกชันขึ้นในชั่วพริบตา นางสะดุ้งตื่นจากห้วงนิทราอย่างฉับพลันสติสัมปชัญญะพลันกลับมาแจ่มชัดในทันใด!
ทว่า นางยังไม่ทันได้ขยับกายแม้แต่น้อย กริชเย็นเยียบเล่มหนึ่งก็แนบลงบนลำคอของนางเสียแล้ว
เสี้ยวอึดใจแห่งความเป็นความตาย!
ทุกวันคืนที่เมิ่งซีโจวดิ้นรนเอาชีวิตรอดอยู่ในหมู่