แสลมแรงก็ปะทะเข้าไปที่ร่างของที่กำลังตั้งสมาธิของเจี้ยนเฉิน ทำให้ร่างของเขาโอนเอน เจี้ยนเฉินไม่สามารถควบคุมร่างได้และเริ่มร่วงดิ่งลงไปที่พื้นเจี้ยนเฉินมีท่าทางเปลี่ยนไปและเริ่มคิดอีกครั้ง ก่อนที่จะดึงธาตุลมเข้ามาใกล้เขา ในเวลาเดียวกัน ร่างสีฟ้าก็บินตรงมาที่เจี้ยนเฉินจากแต่ไกล เขาคือพ่อของเจ้าอ้วนน้อยคนที่กำลังดูสถานการณ์อยู่และเข้ามาเพื่อช่วยอย่างรวดเร็ว
“ผู้เฒ่าเซี่ยว ขอบคุณที่ชี้แนะ ผู้เยาว์คนนี้จะจดจำคำพูดเหล่านี้เอาไว้” เจี้ยนเฉินพูดออกมาด้วยความรู้สึกหวาดหวั่นในหัวใจ การแยกออกมาจากโลกมนุษย์เป็นสิ่งที่พูดง่ายกว่าการที่จะทำได้ เขาเพิ่งอายุยี่สิบกว่ากว่าและยังมีสิ่งที่ต้องทำอีกมาก เช่นการล้างแค้น เขายังรู้สึกไม่ได้รับความอบอุ่นที่เพียงพอจากครอบครัว ดังนั้นจึงไม่มีทางที่เขาจะตัดขาดออกจากโลกมนุษย์ได้ในตอนนี้ ไม่เหมือนกับผู้เฒ่าที่ทำเช่นนั้นได้
สำหรับคนหนุ่มที่อายุยี่สิบกว่าปีเหมือนเจี้ยนเฉิน การตัดขาดจากโลกภายนอกนั้นมันเป็นไปไม่ได้
“อืม ตราบใดที่เจ้าจดจำถ้อยคำของข้าไว้ ข้ารู้ว่าเจ้ายังไม่หวังที่จะไปอยู่จุดนั้นในตอนนี้ แต่เจ้าต้องระวังไม่ให้ตัวเองหลงระเริงไป อย่าหลงอยู่ในความเกลียด ความโลภ และอำนาจ” ผู้เฒ่าเซี่ยวพูดต่อ ในขณะที่ใช้จอบขุดดิน
“ผู้เยาว์เข้าใจแล้ว ! ” เจี้ยนเฉินเป็นเหมือนนักเรียนที่ถ่อมตนที่กำลังฟังอาจารย์อย่างตั้งใจ
ในขณะที่ผู้เฒ่าพรวนดินลงไปนั้น จู่ ๆ เขาก็หยุดแล้วหันม