บทที่130 ดุด่าแต่บุตรีข้า ลูกของท่านกลับเจริญหนักหนา?
ภายใต้สายตาหลายคู่นับไม่ถ้วน ที่ประหนึ่งคมมีดเฉือนเนื้อเถือหนัง เมิ่งชินรุ่ยพลันรู้สึกว่า ใบหน้าเหี่ยวย่นของตนแทบจะถูกฉีกกระชากหลุดลุ่ยอยู่รอมร่อแล้ว
เขาฝืนยกมือขึ้นอย่างยากลำบาก ใช้แขนเสื้อเช็ดปาดเหงื่อเย็นที่ผุดซึมออกมาจากหน้าผากถึงสองครั้งสองครา
ในที่สุด ก็มีคนทำลายความเงียบขึ้นมา
ผู้ที่เอ่ยวาจาก่อเรื่องเป็นคนแรกนั้นหาใช่ใครอื่นไม่ หากแต่เป็นกั๋วกงหนิง ผู้ที่พูดจาไม่เคยไว้หน้าใครที่สุด และเดิมทีก็ไม่ลงรอยกับตระกูลเมิ่งอยู่แล้ว!
เขาก้าวพรวดขึ้นหน้ามาหลายก้าว ขวางอยู่ตรงหน้าเมิ่งชินรุ่ย กล่าวด้วยน้ำเสียงกังวานกึกก้องดุจระฆังใหญ่
“ท่านจงหย่งโหว ดูท่าท่านคงอบรมสั่งสอนบุตรีไม่เป็นโดยแท้! สตรีในห้องหอผู้หนึ่ง กลับมิรู้ฟ้าสูงแผ่นดินต่ำถึงเพียงนี้! ไม่สู้รีบแต่งเข้าจวนกั๋วกงหนิงของข้าแต่เนิ่นเถิด ผู้เฒ่าเยี่ยงข้าจะได้ช่วยเจ้าอบรมสั่งสอนนางให้! จะได้ไม่ต้องออกมาทำเรื่องขายหน้าเช่นนี้ ทำให้ผู้คนต่างพากันหัวเราะเยาะไม่พอ ยังจะสร้างหายนะให้แก่ราชสำนักอีก!”
ถ้อยวาจาเหล่านั้นมิต่างอันใดจากการกระชากหนังหน้าของเมิ่งชินรุ่ยออกมา แล้วเหวี่ยงกระแทกทิ้งลงพื้นไป ทั้งยังเหยียบย่ำซ้ำจนจมธุลีดินอีกด้วย!
แม้ยามนี้เมิ่งชินรุ่ยจะรู้แก่ใจว่าตนนั้น