เป็นฝ่ายผิด ทั้งใจยังฝ่อเพราะความละอายอยู่บ้าง ทว่าการถูกหยามเกียรติอย่างโจ่งแจ้งถึงเพียงนี้ ย่อมปลุกเพลิงโทสะชั่วร้ายในกายของเขา ให้พุ่งทะลักขึ้นสู่ศีรษะได้ในบัดดล!
จะตีสุนัขยังต้องดูเจ้าของเสียก่อน! ตาเฒ่าตายยากเช่นกั๋วกงหนิงผู้นี้ บังอาจเหยียดหยามบุตรีตระกูลเมิ่งของเขาถึงเพียงนี้เชียวรึ!
ใบหน้าเหี่ยวๆของเมิ่งชินรุ่ยพลันเปลี่ยนเป็นแดงก่ำราวตับหมู เขายืดแผ่นหลังตั้งตรงทันที ไม่สนใจอีกแล้วว่าอะไรคือหน้าตาเกียรติยศ ไม่สนใจอีกแล้วว่าจวนกั๋วกงหนิงจะมีอำนาจบารมีใหญ่โตเพียงใด เขาสวนกลับอย่างไม่ยอมลดราวาศอกทันที
“หึ! ไม่จำเป็นต้องลำบากท่านกั๋วกงหนิงยื่นหน้าเข้ามาวุ่นวายกระมัง! หากท่านมีเวลาว่างมากนัก มิสู้เอาเวลาไปใส่ใจดูแลอบรมคุณชายน้อยในจวนของท่านเถิด… ได้ยินว่าแม้แต่เล่นซนอย่างชนจิ้งหรีด เขาก็ยังทำไม่เป็นมิใช่รึ วันๆรู้จักแต่เที่ยวเตร่ ทำตัวเหลวไหลหาแก่นสารอันใดมิได้ นับประสาอะไรจะมีปณิธานสูงส่งดุจทะยานสู่เมฆา มีจิตใจห่วงใยบ้านเมืองเช่นบุตรีของข้าเล่า!”
กั๋วกงหนิงถูกแทงเข้าจุดเจ็บดั่งที่คาดไว้ไม่มีผิด
เมื่อวานนี้ เรื่องอื้อฉาวที่จ้าวหังบุตรชายของเขาได้ลวนลามสตรีกลางท้องถนน และถูกผู้ติดตามของนางทุบตีสั่งสอนเสียยับเยินนั้น บัดนี้ได้แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงเป็นวงกว้าง