แล้ว เพียงแต่เมื่อผู้ใดที่ล่วงรู้เรื่องนี้ ต่างก็ไม่มีใครกล้ามาเอ่ยถึงต่อหน้าเขา
มีเพียงเมิ่งชินรุ่ยผู้นี้เท่านั้น แม้ดูเหมือนสมองจะใช้การได้ไม่ดี ทว่าฝีปากกลับคมกริบเสียเหลือเกิน!
ใบหน้าเหี่ยวย่นของกั๋วกงหนิงพลันแดงก่ำขึ้นในทันใด หนวดเครากระดิกชี้ขึ้นชี้ลงด้วยความเดือดดาลยิ่ง
“บังอาจ! บุตรชายข้ารูปงามดุจหยก บุรุษหนึ่งเดียวไร้ผู้ใดเทียม อีกทั้งยังเปี่ยมด้วยกลิ่นอายบัณฑิตแห่งยุคเว่ยจิ้น! ต้องให้ท่านมาชี้นิ้ววิพากษ์วิจารณ์อย่างนั้นรึ?”
“บุตรีของข้า ข้าย่อมอบรมสั่งสอนควบคุมดูแลเองได้เช่นเดียวกัน จำต้องให้คนนอกเช่นท่านชี้นิ้วกระทำการเกินหน้าที่แทนประมุขเรือนเช่นข้ารึ!”
เมิ่งชินรุ่ยโต้กลับอย่างไม่ยอมอ่อนข้อแม้แต่น้อยเช่นกัน เขาประสานมือคารวะกั๋วกงหนิงอย่างขอไปที อีกทั้งใบหน้ายังไร้ความเคารพนอบน้อมแม้เพียงครึ่งส่วน
“กลับเป็นคุณชายน้อยของจวนท่านต่างหาก ที่เมื่อวานกระทำเรื่องงามหน้านัก ถึงกับลวนลามสตรีบริสุทธิ์กลางถนน ข่าวลือนี้แพร่สะพัดไปทั่วทุกตรอกซอกซอยแล้ว! ช่างเป็นยุคสมัยที่ศีลธรรมตกต่ำลงทุกวันจริงๆ หากนี่นับเป็นยอดบุรุษผู้มีคุณสมบัติดีงาม หากนี่คือบัณฑิตผู้อ่อนน้อมถ่อมตนแล้ว! เช่นนั้นวันนี้ข้าเมิ่งชินรุ่ยก็นนับว่าได้เปิดหูเปิดตาอย่างแท้จริง!”
กั๋วกงหนิงถูกวาจาเหล่านั้นอุดปากจนแทบสำลักลมหายใจ