ๆ ท่านหลี่ซ่างซูกล่าวได้ถูกต้องแล้ว! ข้าจะรีบกลับจวนเดี๋ยวนี้ และจะต้องอบรมสั่งสอนนางอย่างเข้มงวดแน่นอน!”
กล่าวจบ เขาก็ไม่อาจใส่ใจและมากพิธีใดๆอีก แทบจะพุ่งหนีออกจากประตูท้องพระโรงไปด้วยความลนลาน ร้อนรุ่มเร่งรีบมุ่งหน้ากลับจวนจงหย่งโหวทันที
ลมหนาวพัดกรรโชก เสียดแทงเย็นเยียบไปถึงกระดูก ธงทิวปลิวสะบัดดังพรึ่บพรั่บตามแรงลม
ใต้ประตูเมืองอันสูงตระหง่านของเมืองหลวง กองทัพมืดทะมึนดุจเมฆดำได้จัดขบวนเรียงรายเสร็จสิ้นแล้ว กลิ่นอายสังหารเย็นยะเยือกพุ่งทะยานขึ้นสู่เมฆาฟากฟ้า ดูแล้วช่างน่าครั่นคร้ามยิ่งนัก
เมิ่งซีโจวสวมเสื้อคลุมสีขาวนวลดุจแสงจันทร์ เรียบง่ายสง่างาม ยืนอยู่แถวหน้าสุดของขบวนส่งลา นางมาส่งเสด็จองค์หญิงใหญ่และสหายสนิทอย่างเจียงจี้เยว่ ที่กำลังจะออกไปทำศึก
แคว้นซ่งมีธรรมเนียมสืบต่อกันมาแต่โบราณ ก่อนเหล่าทหารหาญจะออกไปทำศึก จำต้องให้ญาติสนิทผูกผ้าแดงอธิษฐานขอพรไว้บนข้อมือ หมายความว่า หากหัวใจยังมีสิ่งให้ผูกพัน ย่อมต้องกลับมาอย่างปลอดภัย
ทว่าซ่งซวี่ป๋ายโอรสขององค์หญิงใหญ่ ที่ออกเดินทางไกลไปศึกษาร่ำเรียนยังมิได้กลับมา ซ่งเฉิงจี้ในยามนี้ก็มัวแต่ยุ่งอยู่กับการดึงรับคมศรในราชสำนักอยู่ มิอาจปลีกตัวมาได้เช่นกัน ส่วนฮ่องเต้ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง ทรงวางพระองค์ดุจไม่รับรู้เรื่องราวใดๆ
ภาระกิจ