น์หนาแน่นที่สุด ทั้งยังพัวพันกับภาระกิจสำคัญที่สุดด้วยอย่างนั้นรึ?
แต่ทว่า… มอบโอกาสให้นางสักครั้ง แล้วจะเป็นไรไปเล่า?
ลองดูเถิด ว่าสตรีตัวคนเดียวเช่นนาง จะสามารถบุกฝ่าฝูงบุรุษเหล่านี้ไปได้ จนสามารถสร้างชื่อเสียงโด่งดังเป็นที่ประจักษ์ได้หรือไม่? นางจะชนจนศีรษะแตกเลือดอาบ หรือจะสามารถกวนเมฆกวนลมให้ปั่นป่วนได้จริงหรือไม่?
เมื่อความคิดนี้ผุดขึ้น ก็ประหนึ่งเปลวไฟลุกโชน เผาไหม้จนฮ่องเต้อดที่จะรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้
พระองค์ถึงกับรวบชายแขนเสื้อกว้างขึ้นเล็กน้อย แล้วยืดแผ่นหลังตั้งตรงกว่าเดิมหลายเท่า
“เยี่ยม! ช่างเป็นสตรีที่มีปณิธานยิ่งนัก! มอบโอกาสให้นางสักครั้งจะเป็นไรไปเล่า? อนุญาต! เราผู้นี้ก็อยากจะเห็นนักว่า นางจะก่อคลื่นระลอกแบบใดได้!”
กล่าวจบ กลับทรงเปล่งเสียงหัวเราะกังวานต่อเนื่องออกมาเป็นชุด ครั้นหัวเราะรุนแรงเกินไป จึงถึงกับไอโครกครากต่อเนื่อง
“มิได้เด็ดขาดพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาท!”
“นี่จะเป็นจุดเริ่มต้นของความปั่นป่วนในราชสำนัก ฝ่าบาทโปรดทรงใคร่ครวญให้ถี่ถ้วนด้วยพ่ะย่ะค่ะ! ทรงใคร่ครวญให้ถี่ถ้วนเถิดพ่ะย่ะค่ะ!”
เหล่าขุนนางทั้งบุ๋นทั้งบู๊ในท้องพระโรง นับตั้งแต่ขุนนางเฒ่าผู้มีหนวดเคราและเส้นผมขาวโพลน ไปจนถึงขุนนางวัยฉกรรจ์ ล้วนถูกคำว่า “อนุญาต” เบาหวิวไม่จริงจังของฮ่