างต้องกัดฟันกรอดด้วยความคับแค้น ไม่เหลือเค้าฮ่องเต้ในช่วงแรกที่เพิ่งขึ้นครองราชย์เลยแม้แต่น้อย ยามนั้นพระองค์ทรงขยันว่าราชการ รักเหล่าราษร รู้จักใช้คนให้เหมาะกับงาน ครั้งหนึ่งยังเคยตั้งปณิธานว่า จะเป็นราชาผู้ปราดเปรื่องที่ได้รับการจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์เสียด้วยซ้ำ!
ทว่าฮ่องเต้ในวันนี้ ราวกับถูกกาลเวลาช่วงชิงวิญญาณไปเสียแล้ว
คนบางคน ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่บนโลกนี้แท้ๆ แต่กลับทำให้ผู้คนพากันหวนรำลึกถึงเขาเมื่อครั้งอดีตได้
ฮ่องเต้เสด็จจากไปด้วยท่าทางผึ่งผายไร้กังวล ส่วนเหล่าขุนนางที่ยังไม่ทันได้กราบทูลเรื่องสำคัญอื่นๆ ต่างก็มีสีหน้าดำทะมึนยิ่งนัก ถึงขั้นที่ว่าหากขุนนางข้างๆเอ่ยอันใดขึ้นสักประโยคสองประโยค พวกเขาก็พร้อมจะยกเท้าขึ้นถีบสักทีสองทีเป็นการระบายอารมณ์ได้
เสียงทัดทานที่ดังอื้ออึงเมื่อครู่พลันหยุดชะงักลง เหล่าขุนนางทั้งหลายต่างพากันยืนตัวแข็งค้างอยู่กับที่ ดวงตาเหม่อลอยจ้องมองไปยังทิศทางที่ฮ่องเต้เสด็จหายลับไป เหลือไว้เพียงความเงียบงันหนักอึ้งแผ่คลุมไปทั่วทั้งท้องพระโรง
ทันทีที่ฮ่องเต้เสด็จจากไป สายตาทุกคู่ก็พร้อมใจกันตรึงแน่นอยู่บนร่างของบิดา ‘เมิ่งหนานอี้’ ซึ่งเป็นตัวเอกของเหตุการณ์ในครั้งนี้… เมิ่งชินรุ่ย ท่านโหวผู้ปกครองจวนจงหย่งโหว!
เมิ่งชินรุ่ยรู้สึกราวกับมีกระแสไอเ