นึ่งหรือสองส่วน แต่ถึงอย่างนั้นพลังก็ยังน่าสะพรึงกลัวเจี้ยนเฉินจำได้ถึงความจริงนี้ เขานึกย้อนกลับไปตอนที่กระบี่ไฟปล่อยแสงสีแดงสดใสที่แข็งแกร่งพอที่จะทำให้สมบัติผนึกภูผาของชิเซียงกรานกระเด็นไปไกล การต่อสู้ครั้งหนึ่งระหว่างชิเซียงกรานและอีกฝ่ายนั้นดึงดูดสายตาของหลาย ๆ คน แต่เจี้ยนเฉินก็ไม่พบข้อสรุปสำหรับการต่อสู้ครั้งนั้น“เป็นไปได้หรือมไม่ที่ชายคนนี้เป็นคนที่ต่อสู้กับชิเซียงกราน ? ” เจี้ยนเฉินคิดชายคนอื่น ๆ เดินกลับเข้าไปในกระโจนเพื่อพักผ่อน พวกเขาหายไปจากสายตาของทุกคน“สัตว์อสูรที่อยู่ตรงหน้านั้นแข็งแกร่งเกินไป เราจะต้องรออีกสักครู่แล้ว ให้มีคนมากกว่านี้ก่อนที่จะลองอีกครั้ง” เจี้ยนเฉินกล่าวหลังจากนั้นทั้งหกคนก็คว้ากระโจนจากเข็มขัดมิติและเริ่มตั้งเป็นวงกลมเล็ก ๆ ใกล้กัน“เฮ้เฮ้ เจ้า ! ใครอนุญาตให้เจ้าและกลุ่มตั้งกระโจมที่นี่ ? รื้อกระโจมออกไปซะ ! ” ชายวัย 30 ปีเข้ามาดูและจ้องมองเจี้ยนเฉินและอีกห้าคนอย่างโกรธเคือง ผู้ชายคนนี้ค่อนข้างผอมและสวมเสื้อคลุมสีขาว ใบหน้าที่มีรอยกรงเล็บสามขีดของเขาดูหยิ่งมากทุกคนหันมามองเสียงดังเพราะหลายคนเริ่มยิ้มให้เมื่อเห็นความโชคร้ายของกลุ่มนี้“กลุ่มนี้ต้องไม่รู้กฎของสถานที่นี้แน่นอน เป็นไปได้หรือไม่ว่าพวกเขาไม่เห็นว่าเราไม่กล้าตั้งกระโจนที่นี่ ? พวกเขาทำถูกแล้ว ถ้าทุกคนสามารถจัดกระโจมของตัวเองได้ มันก็จะเต็มพื้นที่” ชายคนหนึ่งพึมพำขณะที่เขาดื่มสุราจากถุงน้ำ