ี้ยนเฉินทำให้คนรอบ ๆ ตกตะลึงอย่างไม่อยากจะเชื่อ แม้กระทั่งตัวเทียนเจว๋เอง เขาก็พูดไม่ออกแม้แต่น้อย ไม่เคยมีใครพูดกับเขาเช่นนี้มาก่อนเมื่อถึงนึกถึงตัวเอง เขาก็แค่นยิ้มออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว ก่อนที่จะจ้องมองเจี้ยนเฉินและพูดว่า ดี ! ดีมาก! เจ้าหนู เจ้ากล้ามากที่พูดเช่นนี้กับข้าในเมืองหว่าลู่เหริ่น ที่จริงเจ้าเป็นคนแรกที่พูดอย่างนี้ ! เทียนเจว๋มองไปยังชายกลางคนข้าง ๆ เขาและพูดว่า ผู้คุ้มกันเฉิง ไปเอาหินหลากสีมาจากตัวเด็กโอหังผู้นี้ ! ฮึ่ม ! เขาคิดว่าตัวเองเป็นใครถึงได้มาพูดกับข้าด้วยท่าทางเช่นนี้ เขาคงจะเบื่อชีวิตไม่น้อยขอรับ นายน้อย ! ชายผู้นั้นตอบก่อนที่จะพุ่งไปยังเจี้ยนเฉินพร้อมกับยื่นมือทั้งสองของเขาออกมาจับเขาเจี้ยนเฉินเรียกกระบี่วายุโปรยออกมาก่อนที่จะตวัดโค้งไปที่ลำคอของชายคนนั้น ความเร็วนั้นเร็วมากเสียจนไม่มีใครคิดว่าเจี้ยนเฉินจะลงมือภายในเสี้ยววินาทีชายวัยกลางคนหยุดพุ่งเข้าหาและกรีดร้องออกมาพร้อมกับมองไปยังเจี้ยนเฉินอย่างไม่อยากเชื่อ หัวใจของเขาเริ่มเต้นอย่างรุนแรงแม้กระทั่งใบหน้าของเขาก็เริ่มซีดเขามองไม่เห็นการเคลื่อนไหวของเจี้ยนเฉินเลย เมื่อเขารู้สึกตัวกระบี่วายุโปรยได้จ่อมาที่ลำคอของเขาแล้ว เขาสังเกตเห็นว่าเจี้ยนเฉินพุ่งเข้าหาเขา หากเจี้ยนเฉินต้องการฆ่าเขาจริง ๆ เขาก็ไม่อาจต่อต้านได้เลยหลังจากทะลวงเป็นเซียนผู้เชี่ยวชาญพิเศษขั้นกลาง ร่างกายและกระบี่ของเจี้ยนเฉินก็รวดเร็วขึ้นมา