คนก็กระจายตัวออกและปล่อยให้หัวหน้าตระกูลของพวกเขาสู้กับเจี้ยนเฉิน ในตอนที่ทุกคนเคลื่อนออกไป หัวหน้าตระกูลก็สามารถจับตำแหน่งของเจี้ยนเฉินได้ และเขาไม่ลังเลที่จะจามขวานไปที่หัวของเจี้ยนเฉินทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงคลื่นลมที่จู่ ๆ ก็พุ่งมาทางเขา สายตาของเจี้ยนเฉินก็เป็นประกายในขณะที่เขายกกระบี่วายุโปรยขึ้นมา ทันใดนั้นเอง แสงสีม่วง-ฟ้าก็ปรากฏออกมา ทำให้เจี้ยนเฉินกล้าที่จะเอากระบี่ออกมารับขวานของหัวหน้าตระกูลเจี้ยนเฉินค่อนข้างคุ้นเคยกับปราณกระบี่สีม่วง-ฟ้าแล้ว ในตอนนี้เขาต้องการที่จะทดสอบว่าเขาสามารถที่จะทำลายอาวุธเซียนของเซียนปฐพีได้หรือไม่
หลังจากนั้นเจี้ยนเฉินและศิษย์ของนิกายเที้ยนหัวก็ไม่เสียเวลาพูดคุยต่อและขี่สัตว์อสูรออกไปไกลทันที
ในตอนนี้ก็เกือบที่จะถึงรุ่งสางของวันใหม่แล้ว ท้องฟ้ายังคงมืดอยู่เพราะว่ามีเมฆบดบังพระจันทร์อยู่เล็กน้อย ลึกเข้าไปในท้องฟ้า มีเสียงฟ้าร้องดังอยู่ไกล ๆห่างจากเมืองเวคประมาณ 300 ไมล์ มีกระโจมหลายร้อยหลังกระจัดกระจายอยู่พร้อมกับกองไฟที่ลุกอยู่ กองไฟสว่างไสวในยามค่ำคืนและเป็นประกายอย่างมีชีวิตชีวามีกลางจุดตั้งค่ายพักแรมมีธงใหญ่ที่โบกไสวอยู่ในอากาศที่ทุกคนสามารถเห็นสัญลักษณ์ “เซีย” บนมันได้ในตอนนี้ กลุ่มใหญ่ได้ไปพักผ่อนแล้ว ดังนั้นจึงมีเพียงบางคนที่เดินตรวจตราไปมาระหว่างกระโจมในขณะที่คนที่เหลือกำลังใส่ดุ้นฟืนในกองไฟอยู่“ปัง!”เสียงฟ้าร้องดังขึ้นมาอย่างกะทันหันดังแ