สบหูไปทั้งค่ายพักแรมพร้อมกับแสงสว่างวาบ ทันใดนั้นเอง ทั้งค่ายก็สว่างเหมือนตอนกลางวันหลังจากนั้น ฝนห่าใหญ่ก็ตกลงมาจากท้องฟ้าและดับกองไฟทำให้ค่ายพักแรมตกอยู่ในความมืดมิดทันที ฝนที่ตกลงมาทำให้ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย“โชคร้ายจริงที่พวกเราต้องมาเจอสภาพอากาศที่เลวร้ายแบบนี้” หนึ่งในคนที่ตรวจตราสบถออกมาในขณะที่เขาคลานเข้าไปในกระโจมเพื่อที่จะหลบฝนห่างออกไป 500 เมตร ร่างของชายหลายคนก็ซุ่มเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ โดยมีฝนและความมืดมิดคอยปิดบังร่างของพวกเขาอยู่ เสียงฝนช่วยกลบเสียงฝีเท้าของพวกเขาทำให้ไม่มีใครได้ยินนี่คือกลุ่มของเจี้ยนเฉินและคนอื่น ๆ ที่มาจากเมืองเวค200 เมตรห่างออกไปจากค่ายพักแรม เจี้ยนเฉินและกลุ่มก็หยุด หลังจากที่คุยเกี่ยวกับแผนการสักพัก เจี้ยนเฉินก็ไปที่ค่ายพักแรมในขณะที่คนอื่นยังอยู่ที่เดิมเจี้ยนเฉินหยุดที่กระโจมที่ใกล้ที่สุดก่อนที่จะเข้าไปอย่างระมัดระวัง ข้างในกระโจมมืดมากจนเจี้ยนเฉินมองไม่เห็นมือของตัวเองที่อยู่ตรงหน้าเขา ดังนั้นจึงไม่มีใครเห็นร่างของเขาเขาใช้จิตวิญญาณของเขาในการบอกว่าตัวเองอยู่ที่ไหนในกระโจม เขาสัมผัสได้ถึงชายสามคนที่กำลังหลับอยู่ด้านใน เขาไม่ลังเลและใช้กระบี่ของเขาแทงออกไปที่คนทั้งสามทันทีก่อนที่จะออกไปเจี้ยนเฉินมั่นใจในเพลงกระบี่ของเขามาก ในการโจมตีทั้งสามนั้น เขาแทงไปที่คอของคนทั้งสามและฆ่าพวกเขาไปอย่างไร้เสียงภายใต้ฝนที่กระหน่ำลงมา เจี้ยนเฉินก็ออกจากกระโจมนี้ไป