ราวปั่นป่วนเลย การแสดงฉากนี้กลับเปิดม่านขึ้นเองอย่างวิจิตรตระการตาเสียแล้ว!
วันนี้ฉู่เซียวกับจ้าวหัง เกรงว่าคงต้องกลายเป็นศัตรูความรัก ที่เมื่อใดเผชิญหน้ากันก็ต้องจ้องมองกันราวกับจะกลืนกินแล้วกระมัง?
คนอย่างฉู่เซียวนั้น ภายนอกดูซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา ทว่าแท้จริงกลับมีแรงปรารถนาระดับรุนแรง คลั่งรักเข้าขั้นผิดวิสัยมนุษย์มนา!
หาไม่แล้ว ชาติภพก่อนเขาจะเฝ้าคอยติดตามเมิ่งหนานอี้ทุกลมหายใจทำไมกัน ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าจะชักนำคำครหามาให้นาง เขาเฝ้าติดตามนางไม่ห่างแม้เพียงครึ่งก้าว ราวกับสุนัขดุร้ายที่คอยเฝ้าทรัพย์และกำลังพิทักษ์ของล้ำค่าอยู่
…ไม่สิ หาใช่ของล้ำค่าอันใดไม่
หากแต่เป็น ‘สิ่งของ’ ของเขาต่างหากเล่า
ในโลกความคิดอันคับแคบและลำเอียงของฉู่เซียว เมิ่งหนานอี้นั้นถูกประทับตราว่าต้องเป็นของของเขาไปนานแล้ว จึงไม่คิดเปิดช่องให้ผู้ใดหมายปองได้แม้เพียงเศษเสี้ยว
การที่เขาได้มาพบเห็นด้วยสองตาตนเองว่า จ้าวหังกำลังบอกรักเมิ่งหนานอี้ต่อหน้าผู้คนมากมายนั้น จึงมิต่างอันใดจากการแย่งเหยื่อไปจากเขี้ยวเล็บของสัตว์ร้ายนั่นเอง เกรงว่าฉู่เซียวคงเกิดบันดาลโทสะจนสูญเสียการควบคุมจริงๆ จึงไม่ทันแม้แต่จะได้คิดด้วยซ้ำว่า ‘จวนกั๋วกงหนิง’ นั้นมีอำนาจบารมียิ่งใหญ่สักเพียงใด ด้วยคลื่นอารมณ์ร้อนแรงพลุ่งพล่านด