ปุ่มปมนั้น กลับขึงเนื้อผ้าจนชุดดูตึงไปหมด แม้แต่ท่านั่งก็ยังแข็งเกร็งอยู่หลายส่วน จึงยิ่งดูขัดหูขัดตาอย่างบอกไม่ถูก
คนเช่นเขา สมควรต้องอยู่ในลานฝึกยุทธ์เสียมากกว่า มิใช่ให้มานั่งอยู่ท่ามกลางเครื่องเรือนอันสูงส่งเช่นนี้ จึงแลดูไม่เข้ากันเลยแม้แต่น้อย
ยามนี้ ใบหน้าคล้ำเข้มของเขาแดงระเรื่อด้วยความตื่นเต้น หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงแผ่วเบา ดวงตาทอประกายร้อนแรงทั้งคู่จับจ้องเมิ่งซีโจวไม่วางตา
“น้องซีโจว” เสียงของสวีจี้ชางดังกังวาน แฝงความฮึกเหิมที่กดไว้แทบไม่อยู่ จนทำลายท่วงทำนองพิณที่ดังอ้อยอิ่งอยู่ภายในห้องรับรองที่สงบ “ในที่สุดครานี้ข้าก็จะได้ติดตามกองทัพออกศึกแล้ว! ข้าเฝ้ารอคอยวันนี้มาถึงห้าปีเต็ม! ท่านพ่อเอาแต่บอกว่าฝีมือของข้ายังไม่ถึงขั้น ให้ข้าฝึกต่อและรอต่อไป! แต่ครั้งนี้เป็นทัพหน้าที่ฮ่องเต้ทรงคัดเลือกด้วยพระองค์เอง! โอกาสของข้ามาถึงแล้ว!”
เขาวางถ้วยชาลงอย่างแรง จนก้นถ้วยกระแทกผิวโต๊ะเสียงดังชัดเจน
“เจ้าวางใจเถิด! ข้าจะเอาชีวิตของตนเข้าแลก จะขอฟันแม่ทัพศัตรูและชิงธงศึกมาให้จงได้! ข้าจะสร้างความดีความชอบครั้งใหญ่ ทำให้ผู้คนในเมืองหลวงได้เห็นว่า แม้กาลเวลาจะล่วงเลยไปนานเท่าใด ตระกูลสวีของข้าก็ยังคงเป็นตระกูลแม่ทัพผู้ยืนค้ำฟ้าเหยียบแผ่นดินเช่นเดิม! เกียรติยศของตระกูลสวี