จะต้องกลับมาปรากฏอีกครั้งด้วยสองมือของข้าสวีจี้ชางผู้นี้!”
วาจาของเขาหนักแน่น ทุกถ้อยคำล้วนเปี่ยมด้วยความมั่นอกมั่นใจ ชนิดที่ไม่เปิดช่องให้ผู้ใดได้ตั้งข้อกังขาเลยสักนิด ทั้งยังเจือแววประกาศกร้าวโอ้อวดอยู่หลายส่วน
มุมปากของเมิ่งซีโจวยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบาอย่างพอดิบพอดี ประหนึ่งสายน้ำที่เกิดจากการหลอมละลายของหิมะแห่งวสันต์แรก นางจ้องมอง ‘ราชสีห์’ เบื้องหน้าที่กำลังกระหายจะพิสูจน์ตนด้วยสายตาอ่อนโยน
เมิ่งซีโจวผงกศีรษะเล็กน้อย พร้อมกับกล่าวตอบด้วยเสียงที่ใสกังวานดุจไข่มุกหล่นกระทบหยก
“พี่ใหญ่สวีมีใจฮึกเหิมทะยานสู่ฟ้า ช่างมีเกียรติศักดิ์ศรีและน่ายกย่องยิ่งแล้ว ท่านฝึกยุทธ์มาตั้งแต่เยาว์วัย ยามเหมันต์ฤดูก็ฝึกท่ามกลางอากาศเหน็บหนาวโหดร้าย ยามคิมหันต์ฤดูก็ฝึกท่ามกลางแสงแดดเจิดจ้าเผากาย วรยุทธิ์ของท่านนั้น หากเปรียบกับหนุ่มสาวในเมืองหลวงแล้ว นับว่าโดดเด่นถือเป็นแนวหน้าได้ ทักษะต่อสู้ที่สั่งสมไว้เมื่อวันวาน สนามรบต่างหากจึงเป็นดั่งศิลาทดสอบชั้นเยี่ยม ด้วยความห้าวหาญและฝีมือของท่านยามนี้ ย่อมต้องสามารถเปิดศึกได้อย่างงดงาม มีชัยได้ตั้งแต่แรก และย่อมสามารถเพิ่มพูนเกียรติภูมิให้แก่ตระกูลสวีได้อีกคำรบหนึ่งเป็นแน่”
ถ้อยวาจาของนางล้วนจริงใจและเปี่ยมไปด้วยแรงหนุนใจ ทุกถ้อยทุกคำล้วนเจาะลงในส่วนลึกที่สุ