เฉินแทน ในขณะที่พวกเขารออยู่นั้น หญิงรับใช้หลายคนก็เริ่มยกน้ำชาให้กับพวกเขาทั้งสองพูดคุยกันสักพักก่อนที่จะเข้าปัญหาหลัก“น้องเจี้ยนเฉิน ข้ามั่นใจว่า เจ้ารู้ว่าเมืองเวคนั้นกำลังจะเผชิญหน้ากับฝูงสัตว์อสูร นี่เป็นบททดสอบความเป็นความตายของเมืองเวค ถ้าเราล้มเหลวในการป้องกันเมืองจากฝูงสัตว์อสูร คนหลายหมื่นคนต้องกลายเป็นอาหารให้สัตว์อสูรแน่ ดังนั้นข้าจึงหวังอย่างยิ่งว่าน้องเจี้ยนเฉินจะสามารถให้พวกเรายืมพลังของเจ้าเพื่อปกป้องเมืองเวคเอาไว้ได้” รอยยิ้มของหยุนหลีจางไปและเคร่งเครียดแทน ในขณะที่เขากำลังพูดถึงประเด็นที่เคร่งเครียดเจี้ยนเฉินหัวเราะ “ท่านเจ้าเมืองคาดหวังในตัวข้าน้อยสูงเกินไปแล้ว ข้าน้อยเป็นคนสันโดษ มีเหตุผลอะไรที่ข้าต้องปกป้องประชาชนของเมืองเวคจากฝูงสัตว์อสูรด้วย ? “หลังจากที่ได้ยินคำของเจี้ยนเฉิน ใบหน้าของหยุนหลีก็ตึงเครียดเมื่อเขารู้ว่าเจี้ยนเฉินไม่คิดที่จะปกป้องเมืองเวคจากฝูงสัตว์อสูร ก่อนที่เขาจะได้ทันพูดอะไร เจี้ยนเฉินก็พูดต่อ “อย่างไรก็ตาม เมื่อข้าก็อยู่ในเมืองเวคแล้ว ข้าก็อาจจะเข้าร่วมด้วย แต่เมืองเวคจะรอดจากฝูงสัตว์อสูรหรือไม่นั้น ข้อน้อยก็รับรองไม่ได้”คำพูดของเจี้ยนเฉินทำให้ตาของหยุนหลีเบิกกว้างขึ้นในขณะที่เขายิ้มอย่างยินดีออกมา “ในเมื่อได้ยินน้องเจี้ยนเฉินพูดแบบนี้ ข้าก็โล่งใจ ในการที่น้องเจี้ยนเฉินเข้าร่วมกับเมืองเวคของพวกเรานั้น เมืองของพวกเราต้องปลอดภัยจากอันตรายนี้อี