ี่สุดควรทำเช่นไร หรือการวางแผนล่วงหน้าเพื่อป้องกันเภทภัยในอนาคตจำต้องพึ่งพาฝ่ายใด
มุมปากของเมิ่งซีโจวยกขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นรอยยิ้มชื่นชมบางเบา น้ำเสียงที่เปล่งออกมาฟังดูหนักแน่นแน่วแน่
“ข้อเสียของอนุเสิ่นคือความทะนงตนไม่ยอมผู้ใด เรื่องจำพวกผูกสัมพันธ์สร้างมิตรในจวนนั้นแทบไม่มีเลย อีกทั้งยังชอบสร้างศัตรูไว้ทุกหนทุกแห่ง นี่…ก็คือโอกาสของท่านแล้ว”
นางกล่าวเพียงเท่านี้แล้วหยุด มิได้มอบแผนการเป็นรูปธรรมให้ตรงๆ หากแต่ชี้นำให้อนุหลิวไปเสาะหาและฉกฉวยโอกาสนั้นด้วยตนเอง
เมื่ออนุหลิวได้ฟัง ดวงตาทั้งคู่ก็พลันวาววับเป็นประกายคมกล้าขึ้นทันใด นางพยักหน้าหนักหน่วงคราหนึ่ง สีหน้าปรากฏความกระจ่างแจ้งประหนึ่งเมฆหมอกแยกสลาย
“ข้าเข้าใจแล้ว! ขอบพระคุณคุณหนูใหญ่อย่างสูงที่ชี้แนะ!”
เมื่อมองเห็นเปลวไฟแห่งจิตที่คิดต่อสู้ลุกวาบขึ้นในดวงตาทั้งสองของอนุหลิว ความอำมหิตเดือดพล่านที่ก่อขึ้นในใจของเมิ่งซีโจวเพราะฝันร้ายนั้น ดูคล้ายจะสลายเบาบางลงไปได้หลายส่วน
นางกล่าวออกมาอย่างจริงใจ
“ไปเถิดอนุหลิว ขอให้ท่าน…ได้สมปรารถนา”
อนุหลิวค้อมกายคารวะด้วยความซาบซึ้งใจอีกครา ก่อนจะหันกายเดินจากไปพร้อมกับความมุ่งมั่นที่เต็มเปี่ยม
ครั้นส่งอนุหลิวจากไปแล้ว เมิ่งซีโจวก็มิได้รีรอแม้แต่น้อย รีบอาบน้ำชำระกายแล้วเปลี่ย