ั่งสมเรี่ยวแรงภายใต้เงามืดเพื่อรอดำเนินแผนการอันใดบางอย่าง
บัดนี้อนุหลิวเป็นฝ่ายมาหานางเอง จึงคาดเดาได้ไม่ยากว่า… ลึกๆแล้วอีกฝ่ายคงจะตัดสินใจบางสิ่งบางอย่างได้แน่วแน่แล้ว
“เข้ามาเถิด” เมิ่งซีโจวข่มจิตสังหารที่พลุ่งพล่านในใจลง ก่อนจะกลับคืนสู่ความเยือกเย็นสุขุมดั่งที่เคยเป็น
อนุหลิวผลักประตูเปิดเข้ามา นางค้อมกายคารวะเมิ่งซีโจวอย่างนบนอบ ไม่มีคำเกริ่นนำฟุ่มเฟือยแต่อย่างใด เปิดปากได้ก็กล่าวตรงเข้าประเด็นทันที
“คุณหนูใหญ่ วันนี้…ข้า อนุหลิวขอแบกหน้ามาพึ่งพาใบบุญของท่านแล้วแล้ว… เพราะมีเรื่องหนึ่งที่อยากจะใคร่ขอความช่วยเหลือจากท่าน ข้า…อยากขอแบ่งทอนอำนาจบางส่วนที่อนุเสิ่นครอบครองอยู่มาเป็นของตน! เพียงแต่ไม่ทราบว่า ควรลงมือเช่นไรดี?”
แววตาของเมิ่งซีโจวสั่นไหวระริกแผ่วเบา ทว่าภายในใจกลับเอ่อล้นด้วยความชื่นใจระลอกหนึ่ง
ในที่สุดอนุหลิวก็เรียนรู้ที่จะเป็นฝ่ายลงมือก่อนแล้ว
อาศัยเพียงการรอคอยกับความอดกลั้น ย่อมไม่มีวันแลกมาซึ่งชัยชนะได้แน่
ในที่สุด สตรีนางนี้ก็เริ่มเข้าใจถึงสัจธรรมบางอย่างแล้วกระมัง การอยู่อย่างสงบนั้นไม่เคยช่วยให้ชีวิตสงบสุขได้จริง และควรต้องเป็นฝ่ายลงมือช่วงชิงสิ่งที่ตนพึงได้ด้วยตัวเอง รวมทั้งนางน่าจะตระหนักได้แล้วว่า การว่ายตามกระแสสถานการณ์ให้เป็นประโยชน์ท