นทาบลงบนฝ่ามือเรียวยาวของซ่งเฉิงจี้อย่างแผ่วเบา ดวงตาคู่งามสั่นไหวระริกทอดมองมาทางเมิ่งซีโจวที่กำลังนอนอยู่บนพื้นด้วยความเวทนา
“ช่างเถิดเพคะ… เพียงแค่นางมีชีวิตอยู่ก็นับว่าไม่ง่ายแล้ว ไยต้องถือสาหาความกับนางให้มากเกินไปด้วยเล่า?”
“ได้ ซีซีของข้าจิตใจเมตตางดงาม เจ้าพูดเช่นไร ก็เป็นเช่นนั้น”
ซ่งเฉิงจี้เออออตามอย่างง่ายดาย พลางโอบไหล่นางไว้ ราวกับเพียงชายตามองความสกปรกโสมมบนพื้นอีกสักครา ก็จะทำให้ดวงตาคู่นั้นแปดเปื้อนเสียเปล่า
“ดึกมากแล้ว น้ำค้างยามค่ำคืนหนักนัก เรากลับจวนกันก่อนเถิด แล้วพรุ่งนี้ข้าจะไปเดินร้านแป้งชาดเป็นเพื่อนเจ้า”
ทั้งสองก้าวขึ้นรถม้าคันเดียวกัน จากนั้น รถม้าก็เคลื่อนจากไป ทิ้งฝุ่นละอองให้ลอยฟุ้งตลบอยู่เบื้องหลัง
เมิ่งซีโจวทรุดกายลงนั่งกับพื้น ร่ำไห้บ้าง หัวเราะบ้าง จนกระทั่งสะดุ้งตื่นขึ้นมา
นางผุดลุกขึ้นนั่งบนเตียงทันใด เหงื่อเย็นซึมชุ่มจนเสื้อซับในเปียกชื้นแนบติดแผ่นหลังจนเหนียวหนึบ
ท่ามกลางความมืดมิด นางหอบหายใจแรงไม่หยุด ประหนึ่งเพิ่งดิ้นรนกลับออกจากขอบเหวแห่งความตายเพราะจมน้ำมาได้
ความเจ็บปวดครั้งสาหัสบาดลึกถึงขั้วหัวใจ หลังถูกซ่งเฉิงจี้ทรยศหักหลังในห้วงความฝันนั้น ยังคงแจ่มชัดประหนึ่งตราประทับร้อนแรงที่ฝังลึกอยู่ในห้วงคำนึง ดุจหนอนร้ายเกาะกินลึกถึงกระดูก ไ