ผู้นำมามอบให้ และลั่วกู่ก็คือผู้เดียวที่รู้ว่า ‘เซียวเหยาเค่อ’ ก็คือเมิ่งซีโจว
ดวงตาคู่นั้นของเขาราวกับสามารถเอื้อนเอ่ยแทนวาจาได้ แฝงไว้ทั้งคำถาม ทั้งความน้อยอกน้อยใจเล็กๆ ที่ผู้อื่นแทบมิอาจสังเกตเห็น
เมิ่งซีโจวสบตาเขาอย่างตรงไปตรงมา มิหนำซ้ำยังเอ่ยหยอกเย้าออกไปอีกว่า
“คิดไม่ถึงเลยว่าองค์รัชทายาทจะทรงชื่นชอบงานเขียนประเภทนี้ด้วยเพคะ?”
ซ่งเฉิงจี้คลี่ยิ้มบาง พลางส่ายหน้าไปมาอย่างเชื่องช้าคล้ายจะจนใจอยู่บ้าง ครั้นเมื่อเมิ่งซีโจวคิดว่าเขาคงไม่ตอบแล้ว กลับได้ยินอีกฝ่ายเอ่ยขึ้นว่า
“บางที… ข้าอาจมิได้ชื่นชอบงานเขียนประเภทนี้ หากแต่ชอบคนประเภทนี้ที่อยู่ในงานเขียนกระมัง?”
เรื่องรสนิยมความชอบนั้น ปรากฏว่าเขาไม่คิดจะปิดบังเลยแม้แต่น้อย มิหนำซ้ำยังรุกใส่อย่างโจ่งแจ้ง!
หัวใจของเมิ่งซีโจวพลันกระตุกวูบ!
ครั้นถ้อยวาจาสิ้นสุดลง องค์รัชทายาทก็เงยหน้าขึ้นอย่างฉับพลัน แล้วสายตาของเขาก็สบเข้ากับสายตาของเมิ่งซีโจวอีกครา แต่ครั้งนี้ราวกับจะมองทะลุให้ถึงกลางใจของนาง
เมิ่งซีโจวข่มอาการหวั่นไหวที่ผุดขึ้นในใจชั่วพริบตานี้ไว้ แล้วเอ่ยพร้อมเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“เช่นนั้น องค์รัชทายาทก็ควรต้องไตร่ตรองให้ดี ความหวานล้ำประเภทนั้นชิมได้เพียงชั่วคราว หากแต่หลังจากนั้น เกรงว่าจะเป็นรสขมที่ต้องลิ้มรสไปชั่ว