เมิ่งซีโจวชะงักฝีเท้าเพียงเล็กน้อย แล้วสีหน้าก็พลางกลับคืนสู่ความสงบนิ่งดังเดิมในระยะเวลาเพียงสั้นๆ นางก้าวเท้าลงจากรถม้าอย่างไม่รีบร้อน ก่อนจะค่อยๆเดินขึ้นบันไดไปทีละขั้น จนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงหน้าซ่งเฉิงจี้ แล้วจึงค่อยย่อกายเล็กน้อยคารวะตามธรรมเนียม
“ถวายบังคมองค์รัชทายาทเพคะ”
เมื่อได้ยินเสียงนั้น ซ่งเฉิงจี้จึงค่อยๆปิดม้วนตำราในมือลงด้วยท่าทีที่ไม่ช้าไม่เร็ว มุมปากยกขึ้นแผ่วเบาจนแทบมองไม่เห็น
“มาแล้วรึ? เช่นนั้นก็ไปกันเถิด”
ไร้ซึ่งคำทักทายเกินจำเป็น ประหนึ่งทั้งสองได้นัดหมายกันไว้แต่แรกแล้วว่าจะมาพบกัน ณ สถานที่แห่งนี้
เมิ่งซีโจวพยักหน้าเบาๆ มิได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดให้มากความเช่นกัน จากนั้นทั้งสองก็ได้เดินเคียงคู่เข้าสู่ตำหนักองค์หญิงใหญ่ไปพร้อมกัน
เหล่าองครักษ์ที่ยืนสงบนิ่งอยู่ที่หน้าประตู ต่างก็มิอาจปิดบังความตื่นตะลึงในแววตาได้มิดชิด
ลั่วกู่ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในมุมมืด ครั้นเหลือบเห็นสีหน้าที่คางแทบจะร่วงหล่นขององครักษ์เหล่านั้นเข้า ก็อดที่จะกลอกตาอย่างระอาไม่ได้
ทำราวกับไม่เคยพบเห็นโลกกว้างกันจริงๆ!
องค์หญิงใหญ่ทรงประทับรออยู่ภายในโถงหลักก่อนแล้ว
ยามนี้พระนางสวมใส่อาภรณ์ลำลอง สีหน้าดูดีขึ้นกว่าก่อนหน้ามากนัก ทว่ายังคงมีเค้าความอ่อนแรงเจืออยู่ไม่น้อย
ครั้นเห็นซ่งเฉิงจี้ก