ับเมิ่งซีโจวเดินเข้ามาพร้อมกัน บนใบหน้าของนางกลับไม่มีความประหลาดใจปรากฏให้เห็นเลยสักนิด ประหนึ่งว่าทุกเรื่องล้วนอยู่ในความคาดหมายมาแต่ต้นแล้ว
ขณะที่ทั้งสองเพิ่งคิดจะย่อกายถวายบังคม แต่องค์หญิงใหญ่กลับยกมือขึ้นโบกปัดแผ่วเบา เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่าสามส่วน
“ไม่ต้อง ทุกคนที่นี่ล้วนหาใช่คนนอกคนไกลที่ไหน ไม่จำเป็นต้องมากพิธีนัก นั่งลงก่อนเถิด”
จากนั้น สายตาที่ทอดมองของพระนางก็ไปหยุดอยู่ที่ร่างของเมิ่งซีโจว พลางยื่นมือออกมาฉุดดึงหญิงสาวให้นั่งลงบนตั่งนุ่มข้างกายตน
“ระยะนี้เจ้าเป็นเช่นไรบ้าง” น้ำเสียงขององค์หญิงใหญ่พลันอ่อนโยนลงหลายส่วน ขณะเดียวกันก็พินิจมองใบหน้าของเมิ่งซีโจวอย่างละเอียดถี่ถ้วน
“นับว่ายังดีเพคะ” เมิ่งซีโจวตอบกลับเพียงสั้นๆแต่กระชับได้ใจความ
องค์หญิงใหญ่พยักหน้าเบาๆ มือที่กุมมือของเมิ่งซีโจวไว้พลันออกแรงกระชับขึ้นเล็กน้อย “ยังไม่มีโอกาสได้กล่าวขอบใจเจ้าอย่างเป็นทางการสำหรับเรื่องในวันนั้นเสียที หากมิใช่เพราะเจ้าที่ยอมเสี่ยงชีวิตเข้าช่วยเหลืออย่างสุดกำลัง ทั้งยังขุดหลุมศพช่วยชีวิตข้าไว้ได้ทันท่วงทีแล้วล่ะก็… ป่านนี้ข้า ซ่งเจา เกรงว่าคงจะสิ้นชีพ วิญญาณลงสู่ปรโลกไปนานแล้ว แม้แต่ร่างกระดูกก็คงไม่หลงเหลือ”
ครั้นเอ่ยถึงเรื่องความเป็นความตาย น้ำเสียงของพระนางกล