ับยังคงราบเรียบมั่นคง ทว่าแฝงไว้ด้วยความเวิ้งว้างเยียบเย็นของผู้ที่เพิ่งรอดพ้นจากหายนะมาได้อย่างหวุดหวิด
เมิ่งซีโจวยกมืออีกข้างขึ้น ตบลูบลงบนหลังพระหัตถ์ขององค์หญิงใหญ่อย่างแผ่วเบา แล้วกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย
“องค์หญิงทรงตรัสหนักไปแล้วเพคะ ระหว่างพระองค์กับหม่อมฉัน ไหนเลยจำเป็นจะต้องเอ่ยคำขอบคุณอีกเล่า อีกประการหนึ่ง ของกำนัลพวกนั้นที่พระองค์ทรงส่งมาเป็นการตอบแทน เวลานี้ก็แทบจะกองเต็มครึ่งห้องของหม่อมฉันแล้ว ทำให้หม่อมฉันสามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า ในเรื่องขาดแคลนทรัพย์สินเงินทองยามที่เพิ่งกลับเข้าจวนโหวได้พอดี เพียงเท่านี้ก็นับเป็นการตอบแทนหม่อมฉันอย่างมากแล้วเพคะ”
ในดวงตาขององค์หญิงใหญ่ประหนึ่งมีประกายน้ำวาบผ่านชั่วขณะ ทว่าพระนางก็มิได้ปล่อยให้อารมณ์เผยออกมามากเกินไป เพียงแต่บีบมือของเมิ่งซีโจวไว้แน่นขึ้นอีกเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “ภายภาคหน้าหากมีเรื่องใดที่เจ้ารับมือไม่ไหว จงรีบส่งข่าวมาให้ข้าเป็นพอ”
ซ่งเฉิงจี้ถูกสตรีทั้งสองทอดทิ้งไว้ด้านข้างเสียแล้ว แต่เขากลับยังคงสงบนิ่งไม่ทุกข์ร้อน เพียงยกถ้วยชาร้อนที่นางกำนัลยกมาประเคนให้ขึ้นจิบอย่างไม่รีบร้อน
เมิ่งซีโจวใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นจึงค่อยเงยหน้าขึ้นมององค์หญิงใหญ่ สีหน้าของนางแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังและ